ซากุระฤดูแห่งความสุข ,,,!!!

ซากุระ ฤดูใบไม้ผลิสำหรับชาวญี่ปุ่น นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งฤดูแห่งความสุข เพราะนี่คือช่วงเวลาที่มาพร้อมกับกิจกรรมสังสรรค์ใต้ต้นซากุระกันอย่างพร้อมเพียง ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว เพื่อนฝูง หรือคู่รัก เมื่อฤดูใบไม้ผลิมาเยือน เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าฤดูชมซากุระกำลังจะมาเยือน โดยซากุระจะเริ่มบานจากทางใต้ขึ้นไปยังทางเหนือ เริ่มตั้งแต่เดือนเดือน กุมภาพันธ์ – เดือนพฤษภาคม

ฤดูใบไม้ผลิของประเทศญี่ปุ่นกำลังจะมาเยือนแล้ว สิ่งที่อยู่คู่ฤดูกาลนี้ก็คือ ดอกซากุระที่บานสะพรั่ง นั่นเอง กลีบสีขาวและสีชมูของดอกซากุระตามสถานที่ต่างๆ จะบานรอผู้คนไปเยี่ยมชมความงดงามไล่ตั้งแต่เกาะทางใต้จรดไปยังเกาะทางเหนือ

วันนี้เราจะมาแนะนำ 9 สถานที่ชมซากุระสวยๆ พร้อมข้อมูลเป็นประโยชน์ จะมีที่ไหนกันบ้าง ไปดูกันเลย

  1. Cherry trees cypress Uchikawa Tsutsumi (桧木内川堤・角館武家屋敷) จุดชมวิวซากุระริมแม่น้ำแห่งนี้เต็มไปด้วยต้นซากุระที่เรียงรายอยู่ริมสองฝั่งของริมแม่น้ำ พอถึงหน้าซากุระบานหรือช่วงฤดูใบไม้ผลิชาวญี่ปุ่นต่างก็จะมาจับจองพื้นที่บริเวณนี้เพื่อนั่งชมความงามของต้นซากุระกัน บรรยากาศเย็นสบายและวิวทิวทัศน์ที่สวยงามเช่นนี้พาให้เคลิบเคลิ้มไปกับฤดูใบไม้ผลิดีจริง ๆ เชียว
  2. Tsuruoka Park (鶴岡公園) เมื่อฤดูใบไม้ผลิมาเยือนต้นซากุระกว่า 730 ต้นในสวนแห่งนี้ก็จะผลิบานงดงามเชิญให้เราไปเชยชม ความงามของต้นซากุระของที่นี่มีชื่อเสียงกล่าวขานไปอย่างกว้างไกลว่าเป็นต้นซากุระที่สวยงามที่สุดของจังหวัดยามางาตะ (Yamagata) อยากรู้ว่าจะสวยสักแค่ไหนเดินทางมาชื่นชมความงามของต้นซากุระแห่งจังหวัดยามางาตะกันได้ที่นี่
  3. Eboshiyama Park (烏帽子山公園) สวน Eboshiyama เป็นอีกหนึ่งจุดชมซากุระยอดนิยมแห่งจังหวัดยามางาตะ ภายในสวนแห่งนี้มีพื้นกว้างใหญ่และต้นซากุระกว่า 1,000 ต้นให้เราได้เดินชมความสวยงาม ชาวญี่ปุ่นทั้งหลายต่างก็นิยมแวะมาเดินเล่นหรือนั่งพักผ่อนกัน ทั้งมากับเป็นคู่หรือมากันเป็นกลุ่มครอบครัว ลมเย็นสบายที่พัดผ่านระหว่างก้างย่างเดินชมซากุระนั้นจะทำให้เรารู้สึกดีจนอยากนั่งมองภาพดอกซากุระที่เบ่งบานนี้ไปอีกนาน ๆ เลย
  4. Tsuruga Castle Park (鶴ヶ城公園) สวน Tsuruga Castle แห่งนี้เป็นสวนที่รายล้อมบริเวณรอบปราสาทญี่ปุ่นเก่าแก่อย่างปราสาท Tsuruga เอาไว้ จึงทำให้บรรยากาศความงดงามของซากุระเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ เป็นทิวทัศน์ที่หาดูได้ยากเพราะผสมผสานไปด้วยความงามจากธรรมชาติและความงามทางวัฒนธรรมของชาวญี่ปุ่น
  5. Kasumigajo Park (霞ヶ城公園) ที่นี่เป็นจุดชมดอกซากุระแห่งเมืองฟุคุชิมะ (Fukushima) ที่มีต้นซากุระอยู่ถึง 1,700 ต้น ที่นี่จะมีดอกซากุระบานพร้อมให้ทุกคนชื่นชมได้ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ แต่ช่วงที่ซากุระในสวนแห่งนี้จะสวยที่สุดนั้นอยู่ในช่วงกลางเดือนเมษายน เป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวที่มีต้นซากุระรายล้อมปราสาทเก่าแก่
  6. Miharu Takizakura (三春町のシダレザクラ) หนึ่งในจุดชมวิวซากุระที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งใน 9 ที่ และอยากให้ไปชมกันสุด ๆ ก็คือจุดชมวิวต้นทากิซากุระของเมืองมิฮารุนี้นี่เอง เนื่องจากต้นทากิซากุระนั้นเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ของซากุระที่หายาก แถมชาวญี่ปุ่นเขายังการันตีกันว่าเป็นต้นซากุระพันธุ์ที่สวยที่สุดของญี่ปุ่นและมีลักษณะคล้ายกับน้ำตก
  7. Hitachikamine Park (日立市かみね公園・平和通り) สวนสาธารณะฮิตาจิคามิเนะ (Hitachikamine) แห่งนี้ ตั้งอยู่บริเวณตีนเขาคูระคะเคะ ในช่วงต้นเดือนถึงกลางเดือนเมษายนนั้นจะเป็นช่วงที่เหล่าดอกซากุระที่มีอยู่กว่า 1,000 ต้น ออกดอกบานสะพรั่งสวยงาม เป็นจุดชมซากุระประจำเมืองฮิตาจิที่ทั้งสวยงาม สงบ และร่มเย็น ในบริเวณข้างเคียงของสวนแห่งนี้ยังมีสวนสัตว์และสวนสนุกเปิดให้บริการอีกด้วย เป็นสวนสาธารณะที่เหมาะแก่การมาเดินเล่นชมวิวและพักผ่อน
  8. Furusato park (静峰公園) จุดชมซากุระแห่งนี้เป็นพื้นที่เนินเขาขนาด 120,000 ตารางเมตร ในจังหวัดอิบารากิ (Ibaraki) ในช่วงฤดูใบไม้ผลิหรือปลายเดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคมต้นซากุระภายในสวนแห่งนี้ก็จะออกดอกสวยงามรออวดโฉมทุกคนที่มาเยี่ยมเยียน ให้บรรยากาศดงดงามและเป็นสถานที่บรรยากาศดี ๆ
  9. Nikko Kaido (日光街道桜並木) ถนนสายซากุระแห่งนี้อยู่ที่จังหวัด Tochigi ในเมือง Utsunomiya เป็นถนนที่เรียงรายไปตลอดทางด้วยต้นซากุระจำนวนมากถึง 1,500 ต้น ในช่วงกลางเดือนถึงปลายเดือนเมษายนของทุกปีจะเป็นช่วงที่เหล่าดอกซากุระแบ่งบานมากที่สุด เป็นถนนสายซากุระที่มีบรรยากาศสวยงามและน่าประทับใจมากที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น

รับออกแบบ รับพิมพ์ไดอารี่ รวดเร็วคุณภาพดีราคาประหยัด

รับพิมพ์ไดอารี่ เป็นของขวัญปีใหม่ ข้อดีและประโยชน์ของกระดาษถนอมสายคือช่วยลดแสงสะท้อนเข้าสู่ดวงตา เขียนเกี่ยวกับบุคคลที่เราคิดถึงเมื่อไม่นานมานี้ นึกให้ออกสิว่าบุคคลนี้เคยบอกอะไรเราไว้ และผู้อื่นพูดถึงเขาว่าอย่างไร โดยส่วนตัวแล้วเราคิดว่าเขาเป็นคนยังไง เขียนทุกอย่างนี้ลงไปในไดอารี่ เพื่อนที่ดีที่สุดของเรามีใครบ้าง คนที่ตนเองชื่นชอบนั้นมีใครบ้าง ศัตรูที่ร้ายกาจที่สุดมีใครบ้าง และระวังอย่าให้ใครมาแอบอ่านไดอารี่ของเรา ไม่อย่างนั้นคนคนนั้นจะรู้ทันทีเลยว่าเรารู้สึกต่อบุคคลเหล่านี้อย่างไร ทำให้เวลาเราอ่านหนังสือจะรู้สึกสบายตา เราจึงสามารถอ่านหนังสือที่ผลิตจากกระดาษถนอมสายตาได้นานกว่ากระดาษชนิดอื่น นทึกเรื่องราวที่ทำให้เรามีความสุขและบันทึกเรื่องราวที่ทำให้เรามีความทุกข์ อีกทั้งยังเก็บรักษาได้นาน สภาพของกระดาษและสีไม่ดูเก่า รับพิมพ์ไดอารี่ ที่นักการตลาดต้องแจกในโอกาสปีใหม่มากที่สุด กระดาษถนอมสายตาอยู่จัดอยู่ในประเภทกระดาษไม่เคลือบผิว เขียนเรื่องราวขึ้นมาสักเรื่องหนึ่ง ไดอารี่ไม่จำเป็นต้องมีแต่เรื่องราวของตัวเราเองเท่านั้น สร้างตัวละครขึ้นมาสักตัวและเริ่มต้นเขียนไดอารี่ของตัวละครตัวนั้น ลักษณะจะมีลักษณะเป็นสีเหลืองนวล ทึบแสง มีความฟู พื้นผิวกระดาษไม่เนียนละเอียด ใส่ข้อมูลสถานศึกษาหรือสถานที่ทำงาน อย่าลืมบอกด้วยว่าตนเองอาศัยอยู่ในอำเภอหรือเขตอะไร บ้านของเราอยู่ที่จังหวัดอะไร หรือใส่ข้อมูลที่อยู่ให้ครบเลยก็ได้ น้ำหนักของกระดาษเบา เหมาะกับการนำไปพิมพ์เป็น หนังสือ ไดอารี่ หนังสือการ์ตูนญี่ปุ่น ชีท หนังสือวิชาการ รับพิมพ์ไดอารี่ หนังสือเรียนทั่วไปเป็นต้น และยังสามารถใช้แจกในงานอีเว้นท์ต่างๆ สมมติว่าเรากำลังเขียนไดอารี่ถึงเพื่อนสนิทหรือใครสักคนที่เราเชื่อใจเป็นอย่างมากก็ได้ เขียนทุกอย่างที่เราคิดไม่ว่าดีหรือแย่ลงในไดอารี่ ไม่ต้องวิตกกังวลว่าจะเขียนออกมาได้ดีหรือเปล่า สิ่งสำคัญคือขอให้ตนเองได้เริ่มเขียนเท่านั้น

รับพิมพ์ไดอารี่ ใช้ตัวอักษรในการพิมพ์ให้เหมาะสมไม่ใหญ่หรือเล็กเกินไป อ่านในที่มีแสงพอดีไม่สว่างจ้าหรือแสงน้อยจนเกินไป สีของพื้นหลังและตัวหนังสือควรเหมาะสม ไม่เล่นสีหรือใช้สีมากเกิน การพิมพ์ให้เว้นช่องไฟให้เหมาะสม เขียนชื่อจริงและนามสกุล ใส่ข้อมูลวันเกิดและอายุ เราจะได้รู้ว่าตอนที่เขียนไดอารี่ครั้งแรกนั้นเราอายุเท่าไหร่ อย่าลืมใส่ข้อมูลรูปร่างลักษณะของตนเอง เช่น สีผม สีตา เป็นต้น หลีกเลี่ยงการอ่านบนรถที่กำลังวิ่ง เช่นงานเปิดตัวสินค้า งานสัมนา เป็นต้น กระดาษถนอมสายตาผู้ที่ได้รับประโยชน์จริงๆคงจะเป็นนักอ่านทุกท่านที่ชอบอ่านๆ กัน เพราะถ้าหากไม่มีกระดาษชนิดนี้แล้ว เวลาอ่านหนังสือนิยายสักเล่มคงต้องปวดตาแย่ และยังใช้ประโยชน์ได้มากอย่างเช่น ในการเขียนไดอารี่ครั้งแรก เมื่อเขียนกล่าวถึงบุคคลอื่น ให้เขียนลงไปว่าคนคนนั้นเป็นอะไรกับเรา คนคนนั้นเป็นเพื่อนที่ดีที่สุด ศัตรูที่ร้ายกาจที่สุด หรือคนที่เราชอบ ถ้าเราเขียนลงไปแบบนี่ เมื่อกลับมาอ่านไดอารี่อีกครั้งหลังจากผ่านไปหลายปี รับพิมพ์ไดอารี่ เราก็จะได้รู้ว่าบุคคลเหล่านี้มีความสำคัญต่อช่วงชีวิตช่วงนั้นของเรา ใช้เป็นสมุดจดบันทึกเรื่องสำคัญ รายละเอียดไส้ในในตารางด้านบน เป็นเพียงตัวอย่างที่กำหนดขึ้นมาเพื่อให้ลูกค้าทราบราคาเบื้องต้นในการทำไดอารี่แบบต่างๆ เท่านั้น จริงๆแล้วลูกค้าสามารถกำหนด รายละเอียดของไส้ในไดอารี่ได้ตามความต้องการ ติดรูปถ่ายตัวเอง ติดสติ๊กเกอร์หรือวาดรูปเพิ่มเติมก็ได้ ใส่ข้อมูลระบุตัวตนเพื่อจะได้เป็นหลักอ้างอิงเมื่อเรากลับมาอ่านไดอารี่ในตอนที่มีอายุมากขึ้น เขียน “ประวัติส่วนตัว” สั้นๆ เพื่อบอกว่าเราเป็นใครตอนอายุเท่านั้น เขียนทุกอย่างที่เราคิดออก ไม่ว่าสิ่งที่เขียนจะดูโง่เง่าแค่ไหนก็ตาม การเริ่มต้นเขียนไดอารี่ไม่ใช่การเขียนทุกสิ่งทุกอย่างให้ออกมาสมบูรณ์แบบ แต่เป็นการเขียนสิ่งที่ตนเองคิดลงไปในกระดาษ แต่หากต้องการทราบราคา จะต้องแจ้งรายละเอียดไส้ในที่ต้องการเพื่อตีราคาอีกครั้งหนึ่ง ใช้จดบันทึกประจำวัน เป็นต้น รับพิมพ์ไดอารี่ ทำให้สมุดโน้ตหรือไดอารี่เป็นสินค้าส่งเสริมการขายอีกตัวหนึ่งที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด การหมั่นเขียนไดอารี่จะทำให้เราได้บันทึกสิ่งที่ตนเองคิดลงไปและทบทวนความคิดของตนเอง

รับพิมพ์ไดอารี่ ถ้านึกอะไรไม่ออก อาจลองเขียนถึงความแปลกประหลาดของการต้องมานั่งเขียนเรื่องตนเอง เขียนเหตุผลว่าทำไมเราถึงนึกอะไรไม่ออก วาดรูปหรือขีดเขียนอะไรลงไปก็ได้ ติดสติ๊กเกอร์ที่แสดงถึงความเป็นตัวเรา นำรูปภาพที่มีความหมายต่อเรามาติด ตกแต่งหน้าแรกของไดอารี่ให้สวยงาม เราจะได้มีแรงบันดาลใจในการเขียน เขียนเหตุผลว่าทำไมถึงต้องหมั่นเขียนไดอารี่ อย่างไรก็ตามการเริ่มต้นเขียนไดอารี่นั้นอาจเป็นส่วนที่ยากที่สุดก็เป็นได้  ได้ออกแบบและจัดพิมพ์ไว้ล่วงหน้าแล้ว สามารถนำมาเข้าเล่มได้ทันที ดังนั้นลูกค้าจึงไม่สามารถพิมพ์โลโก้หรือข้อความใดๆลงไปได้ แต่จะมีข้อดีคือ ราคาถูก (หากสั่งทำในปริมาณน้อย) และสามารถผลิตได้ในเวลาที่รวดเร็วเนื่องจากเป็นไส้ในที่พิมพ์สำเร็จรูปไว้แล้ว ลองกำหนดเวลาในการเขียน ตั้งเวลาสักสิบนาทีและจากนั้นเริ่มเขียน รับพิมพ์ไดอารี่ วิธีกำหนดเวลาในการเขียนอาจช่วยให้เราเริ่มต้นเขียนไดอารี่ได้ ไม่ต้องกังวลว่าสิ่งที่เราเขียนนั้นจะออกมาดีหรือไม่ดี แค่เขียนสิ่งที่คิดอยู่ในใจลงไปก็พอ ลวดลายเพื่อใช้เป็นแบบสำหรับนำเสนอลูกค้าและแสดงความสามารถในการออกแบบเท่านั้น ส่วนคุณภาพของผลงานและคุณภาพของการพิมพ์ เมื่อเขียนไดอารี่เสร็จแล้ว ให้เขียนลงท้ายสักเล็กน้อย ถ้าเราเขียนไดอารี่ “ถึง” ตัวเอง เราอาจลงท้ายไดอารี่เหมือนลงท้ายจดหมาย เซ็นชื่อ ไม่จำเป็นต้องเขียนอะไรเป็นพิเศษเพื่อจบการเขียนไดอารี่ แค่เขียนถ้อยคำที่แสดงให้รู้ว่าตนเองต้องการจบเนื้อหาไว้แต่เพียงเท่านี้ก็พอ ลูกค้าจะได้เห็นและสัมผัสจากตัวอย่างงานจริง ซึ่งจะทำให้เข้าใจถึงคุณภาพได้ชัดเจนกว่าดูผ่านจอคอมพิวเตอร์ ถ้ากลัวว่าจะมีใครสักคนมาแอบอ่านไดอารี่ของเรา รับพิมพ์ไดอารี่ เราอาจเขียนข้อความไว้ในหน้าแรกของไดอารี่เพื่อใครก็ตามที่แอบพลิกหน้าปกไดอารี่ของเราจะได้เห็นข้อความนี้ก่อน เขียนให้ชัดเจนเลยว่าเราไม่ต้องการให้ใครมาแอบอ่านไดอารี่ของเรา

ซากุระเมื่อฤดูใบไม้ผลิ (เดือนมีนาคม-เดือนพฤษภาคม)

ดอกซากุระจะบานช่วงปลายเดือนมีนาคมและเมษายนของทุกปี หรือถ้าไปช่วงสงกรานต์อาจจะตรวจสอบว่าซากุระที่ไหนยังบานอยู่บ้าง ทุกๆ ปีกรมอุตุนิยมวิทยาของญี่ปุ่นจะพยากรณ์ช่วงเวลาที่ดอกซากุระผลิดอก และจะประกาศให้ทราบล่วงหน้าในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของปีนั้นๆ

ดอกซากุระจะเริ่มบานจากทางภาคใต้ เรี่อยขึ้นไปทางภาคเหนือซึ่งการบานของดอกซากุระนั้นจะแตกต่างกันไปในแต่ละปี ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในปีนั้นๆช่วงเวลาที่ระบุจึงเป็นเพียงการประมาณการ เนื่องจากไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าดอกซากุระจะบานเมื่อไหร่ ระยะเวลาที่ดอกซากุระบานแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ ในแต่ละปีดอกซากุระจะบานเพียง 1 สัปดาห์เท่านั้น

ชื่อคำว่าต้น “ซากุระ” เหมือนกัน แต่ความจริงแล้วซากุระมีกว่า 300 สายพันธุ์ที่แตกต่างกันที่ สี รูปทรง และช่วงเวลาที่ดอกผลิบานเมื่อถึงฤดูกาลที่ดอกซากุระผลิบาน ชาวญี่ปุ่นจะจัดงานเทศกาลชมดอกไม้หรือ ชาวญี่ปุ่นเรียกว่า “ฮะนะมิ” คนญี่ปุ่นจะปูเสื่อใต้ต้นซากุระ ทานอาหารอร่อยๆ และดื่มเหล้าสังสรรค์ร่วมกันอย่างครื้นเครง ซึ่งได้กลายมาเป็นวัฒนธรรมอย่างหนึ่ง

ตัวอย่างสถานที่ชมดอกซะกุระ

  1. สวนไดโนเสาร์ ซากุระจิมะ (Sakurajima Dinosaur Park)

ที่ตั้ง : Kagoshima

ช่วงเวลาชมดอกซากุระ : ปลายมีนาคม-ต้นเมษายน

การเดินทาง : โดยเรือเฟอรี่ซากุระจิมะ จากท่าเรือคะโงะชิมะฮงโค (ใกล้สถานีรถไฟ JR คะโงะชิมะ) 15 นาที

ข้อมูลน่ารู้ : เป็นสวนสาธารณะบนภูเขาไฟ “ซากุระจิมะ” ซึ่งลอยอยู่ในอ่าว “คิงโค” ห่างจากฝั่งตัวเมือง คะโงะชิมะ 4 กิโลเมตร “ซากุระจิมะ” เป็นภูเขาไฟที่ยังไม่ดับ ปัจจุบันยังคงมีควันลอยออกมาจากปล่องอยู่เสมอ เมื่อต้นซากุระจำนวน 3,000 ต้นของที่นี่ผลิดอก ผู้คนจำนวนไม่น้อย จะเดินทางมาเพื่อนั่งชมดอกซากุระ บนสนามหญ้าของสวนสาธารณะแห่งนี้ นอกจากนั้นภายในสวนยังมีหุ่นจำลองไดโนเสาร์ 7 ชนิด ทำให้ที่นี่กลายเป็นสถานที่ที่เด็กๆ ต่างชื่นชอบ

  1. บริเวณปราสาท คุมะโมะโตะ (Kumamoto Castle)

ที่ตั้ง : Kumamoto

ช่วงเวลาชมดอกซากุระ : ปลายมีนาคม-ต้นเมษายน

การเดินทาง : ขึ้นรถบัสทางจาก สถานี JR คุมะโมะโตะ 15 นาที

ค่าผ่านประตู : ผู้ใหญ่ 500 เยน / เด็ก 200 เยน

ข้อมูลน่ารู้ : ปราสาทคุมะโมะโตะ สร้างขึ้นเมื่อประมาณ 400 ปีก่อน เป็นหนึ่งในสามปราสาท ที่มีแนวรั้วกำแพงหินที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น เมื่อถึงฤดูชมดอกซากุระ จะเปิดให้เข้าชมในเวลากลางคืนด้วย จึงสามารถเพลิดเพลินกับการชมดอกซากุระยามราตรี หากท่านได้เดินชมตัวปราสาทที่ฉาบแสงไฟ และดอกซากุระยามราตรี ไปตามถนนที่ประดับด้วยโคมไฟแล้ว ท่านจะได้ลิ้มรสกับความสุขที่ยากจะหา ใดเปรียบเชิญรับชมภาพของ “ปราสาทคุมะโมะโตะ” ได้ทาง

  1. สะพานคินไตเคียว (Kintai Bridge)

ที่ตั้ง : Yamaguchi

ช่วงเวลาชมดอกซากุระ : ต้นเมษายน – กลางเมษายน

การเดินทาง : ขึ้นรถบัสจากสถานีรถไฟ JR อิวะกุนิ 15 นาที

ค่าผ่านประตู : ผู้ใหญ่ 300 เยน / เด็ก 150 เยน

ข้อมูลน่ารู้ : สะพาน “คินไตเคียว” เป็นสะพานที่มีรูปร่างแตกต่างจากสะพานทั่วไป ถูกจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในสามสะพานที่มีชื่อเสียงที่สุดในญี่ปุ่น งานเทศกาลชมดอกซากุระแห่งสะพาน “คินไตเคียว” จัดขึ้นในช่วงต้นเดือนเมษายนของทุกปี ซึ่งได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ในช่วงฤดูชมดอกซากุระยามค่ำคืนจะมีการประดับแสงไฟด้วย กิจกรรมที่พลาดไม่ได้สำหรับที่นี่คือ การล่องเรือชมสะพาน “คินไตเคียว” และดอกซากุระที่บานสะพรั่ง

  1. สวนสาธารณะ ทสุรุยะมะ (Tsuruyama Koen)

ที่ตั้ง : Okayama

ช่วงเวลาชมดอกซากุระ : ต้นเมษายน – กลางเมษายน

การเดินทาง : เดินจากสถานี JR ทสึยะมะ 10 นาที

ค่าผ่านประตู : ผู้ใหญ่ 210 เยน / เด็ก 100 เยน

ข้อมูลน่ารู้ : ในอดีตสวนสาธารณะแห่งนี้เคยเป็นที่ตั้งของ ปราสาท “ทสุยะมะ” ปัจจุบันยังคงเหลือแนวกำแพงหินที่สวยงามให้นักท่องเที่ยวได้ชม หลายคนกล่าวว่า ที่นี่เป็นสถานที่สำหรับชมดอกซากุระที่สวยงามที่สุด ในแถบภาคตะวันตกของญี่ปุ่นในแต่ละปีเมื่อถึงฤดู

ย้อนรอยอดีตกับ หมู่บ้านญี่ปุ่น โบราณ …!!!

วันนี้เราพามารู้จักกับ หมู่บ้านญี่ปุ่น เป็นที่รู้จักกันดีถึงความสวยงามของ หมู่บ้านญี่ปุ่นโบราณ ที่สะท้อนให้เห็นถึงการออกแบบและการก่อสร้างของชาวญี่ปุ่น ที่แสดงออกถึงการอนุรักษ์สิ่งก่อสร้างที่มีคุณค่าในอดีตได้อย่างชัดเจน โดยเมืองคาวาซากิ ได้เริ่มทำการย้ายสิ่งก่อสร้างต่างๆ จากทั่วประเทศญี่ปุ่นมายัง มิงคะเอ็น แห่งนี้ ในปี 1965 และปัจจุบันก็ยังคงอนุรักษ์สิ่งก่อนสร้างในอดีตไว้ทั้งหลายหลัง รวมถึงเครื่องมือเครื่องใช้ในอดีตที่ถูกเก็บรักษาไว้ในบ้านแต่ละหลัง เพื่อผู้เยี่ยมชมได้รำลึกถึงเรื่องราวและวิถีชีวิตในอดีต มีกี่เหตุผล ที่ทำให้คุณหลงรักประเทศ ญี่ปุ่น บางคนชอบเดินทางไปเพื่อกิน บางคนชอบเดินทางไปเพื่อช็อปปิ้ง บางคนชอบเดินทางไปเพื่อเพียงอยากสัมผัสดินแดนอาทิตย์อุทัย สักครั้งในชีวิต แต่ครั้งนี้เราจะพาทุกคนเปลี่ยนบรรยากาศหมู่บ้านญี่ปุ่นโบราณ

วันนี้เราขอแนะ 8 เมือง หมู่บ้านญี่ปุ่นโบราณที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์และยังได้รับกลิ่นอายในบรรยากาศเก่าๆ ของญี่ปุ่นในสมัยโบราณ พร้อมแล้วก็ไปดูกันเลย

  1. หมู่บ้านญี่ปุ่น ซูซูกิ (The Suzuki House) อูมายาโดะหรือที่พักสำหรับพ่อค้าม้าในอดีต สร้างขึ้นช่วงต้นศตวรรษที่ 19 ในย่านเมืองเก่าของจังหวัดฟุกุชิม่าถูกสร้างขึ้นโดยพ่อค้าม้าที่กำลังเดินทางไปขายม้าพร้อมกับม้าของพวกเขาระหว่างทางเมื่อมีการพักพ่อค้าม้าจะนำม้าเข้ามาพักในที่พักแห่งนี้ โดยม้าที่นำมาด้วยจะถูกเก็บไว้ในส่วนที่ได้จัดเตรียมไว้ให้เท่านั้น
  2. หมู่บ้านญี่ปุ่น อิโอกะ (The Ioka House) หมู่บ้านญี่ปุ่นแห่งนี้ สร้างขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 17 และต้นศตวรรษที่ 18 เดิมตั้งอยู่ในเมืองนาราจังหวัดนาราบ้านหลังนี้ได้ถูกใช้สำหรับเป็นร้านขายน้ำมันสำหรับจุดโคมไฟมาหลากหลายยุคสมัยก่อนที่จะถูกเปลี่ยนไปเป็นร้านขายธูป โดยลักษณะของหลังคาบ้านจะปูด้วยกระเบื้อง ส่วนของผนังจะเป็นดินเผา มีการตกแต่งด้วยระแนงไม้ทางด้านซ้ายประตู และมีระเบียงพักซึ่งเป็นลักษณะที่สำคัญของเรือนร้านค้าในยุคนั้น
  3. ประตูทางเข้าหมู่บ้านญี่ปุ่น ซาจิ (The Saji House Gate) ประตูทางเข้าแห่งนี้เป็นประตูทางเข้าที่พักอาศัยของซามูไร ถูกสร้างขึ้นในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 ตั้งอยู่ในเมืองนาโกย่า จังหวัดไออิชิ ซามูไรนั้นทำหน้าที่ปกครองประชาชนในช่วงยุคศักดินาของญี่ปุ่น สัญลักษณ์ที่เด่นชัดของการมีอำนาจของซามูไรคือสามารถตกแต่งทางเข้าประตูที่พักอาศัยของตนได้ ซึ่งประชาชนทั่วไปไม่สามารถทำได้ และจะมีอาคารที่อยู่ด้านข้างประตูทางเข้า ซึ่งจะถูกใช้เป็นที่รับรองสำหรับผู้ติดตามที่มาเยี่ยมบ้านซามูไรนั่นเอง
  4. หมู่บ้านญี่ปุ่น มิซาว่า (The Misawa House) บ้านหลังนี้ถูกสร้างขึ้นในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 ในย่านเมืองเก่าของจังหวัดนากาโน่ เป็นที่อยู่อาศัยของคุมิกาชิระ หรือคณะผู้นำหมู่บ้านมาหลายยุคสมัย และยังถูกใช้เป็นร้านขายยาในอดีตอีกด้วย สำหรับโครงสร้างการออกแบบนั้นมีลักษณะค่อนข้างแข็งแรงและเป็นแบบดั้งเดิม ซึ่งสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของลักษณะเฉพาะของชาวท้องถิ่น ดังหลักฐานที่ปรากฏ เช่น หลังคาที่วางด้วยหิน เป็นต้น
  5. กระท่อมกังหันน้ำ (Water Mill) กระท่องหลังนี้ถูกสร้างขึ้นในกลางศตวรรษที่ 19 ในจังหวัดนากาโน่ กังหันน้ำชนิดนี้ปัจจุบันไม่มีแล้วในญี่ปุ่น สำหรับเครื่องอำนวยความสะดวกในกระท่อมหลังนี้ประกอบไปด้วย เครื่องตำแป้ง เครื่องบดแป้ง และซังข้าว
  6. หมู่บ้านญี่ปุ่น ซาซากิ (The Sasaki House) บ้านของผู้นำหมู่บ้านญี่ปุ่นจากจังหวัดนากาโน่ ถูกสร้างราวปี คศ.1731 ประกอบด้วยห้องรับแข 2 ห้อง ห้องอาบน้ำ และห้องสุขา ต่อมาอีก 15 ปี ส่วนด้านหลังของบ้านหลังนี้ได้ถูกสร้างห้องขึ้นไว้สำหรับรับแขกพิเศษคนสำคัญเนื่องจากภูมิภาคแห่งนี้มักมีหิมะตก จึงมักใช้เสาที่มีขนาดเล็กเพื่อให้แสงสามารถลอดผ่านเข้ามาในบ้าน เพื่อเพิ่มความอบอุ่นได้
  7. หมู่บ้านญี่ปุ่น เอมูคาอิ (The Emukai House) ลักษณะบ้านหลังนี้เป็นแบบกัชโช ซูคูริ ถูกสร้างขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 17 ถึงต้นศตวรรษที่ 18 ในหมู่บ้านญี่ปุ่นของจังหวัดโทยาม่า สถานที่ที่ เฮอิเกะ (กลุ่มซามูไรเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงในญี่ปุ่น) อพยพย้ายมาตั้งถิ่นฐานใหม่เนื่องจากในภูมิภาคนี้มีหิมะตกอย่างหนัก ดังนั้น การสร้างหลังคาบ้านที่มีความสูงลาดชัน จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยป้องกันบ้านพังทลายหรือเกิดความเสียหายเนื่องจากน้ำหนักของหิมะได้
  8. หมู่บ้านญี่ปุ่น ยามาดะ (The Yamada House) ลักษณะบ้านหลังนี้เป็นแบบกัชโช ซูคูริ ถูกสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 18 ในหมู่บ้านคัทซึระ ซึ่งอยู่ในบริเวณแถบภูเขาของจังหวัดโทยาม่า เนื่องจากมีการสร้างเขื่อนขึ้นในภูมิภาคดังกล่าว ทำให้หมู่บ้านคัทสึระได้หายไป และบ้านหลังนี้เป็นบ้านหลังสุดท้ายที่หลงเหลืออยู่ในหมู่บ้าน ลักษณะพิเศษของโครงสร้างบ้านหลังนี้ คือ พื้นจะมีระดับที่สูงมาก ครอบครัวนี้จึงมักใช้พื้นที่ด้านล่างของพื้นดังกล่าวในการผลิตดินปืน เพื่อส่งให้กับเจ้านายหรือขุนนางในอดีต

รับผลิตสิ่งพิมพ์ รับทำปฏิทิน ออกแบบด้วยทีมงานมืออาชีพ

ในสมัยโบราณจะมีคนคอยร้องบอกชาวเมือง รับทำปฏิทิน ด้วยประสบการณ์ในการทำงานด้านการพิมพ์เป็นเวลากว่ายี่สิบปีเราจึงก้าวขึ้นมาเป็นโรงพิมพ์ที่ล้ำหน้า เพื่อบอกกล่าวเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นล่วงหน้า รวมถึงประกาศวันขึ้นเดือนใหม่ เพื่อให้ลูกหนี้จ่ายเงินที่คั่งค้าง ครั้นต่อมาสังคมเริ่มสลับซับซ้อนมากขึ้น สิ่งพิมพ์ที่นอกจากจะเป็นของชำร่วยใช้แจกในช่วงเทศกาลขึ้นปีใหม่แล้ว ยังเป็นสื่อโฆษณาที่คุ้มค่าใช้ได้ตลอดปี มีทั้งปฎิทินตั้งโต๊ะ ปฏิทินแขวน ปฏิทินไทย ปฏิทินจีน และปฏิทินแบบพกพา และถ้าเพิ่มเทคนิคหลังการพิมพ์ เช่น ไดคัทเคลือบสปอตยูวีเฉพาะจุด ปั๊มนูน หรือปั๊มเงิน ปั๊มทอง เข้าเล่ม เย็บเล่ม เข้าห่วงเหล็ก กระดูกงู เข้าไปจะช่วยเพิ่มความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น รับทำปฏิทิน ปฏิทินจึงได้ถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อแทนคนร้องบอกข่าว ปฏิทินจึงนับว่าเป็นสิ่งบอกเวลา เรารับประกันว่าเราใช้เวลาผลิตเพียง 2 วัน แต่อย่างไรก็ตามยังมีบางสภาวะที่จำเป็นต้องสอดคล้องด้วย และกลายเป็นสิ่งสำคัญในวิถีชีวิตประจำวันไปในที่สุด ต่อมามนุษย์จึงได้ริเริ่มบันทึก วัน เวลา ขึ้นเป็นลายลักษณ์อักษร ปฏิทินแบบมาตรฐาน เป็นวิธีที่ดีเพื่อให้ลูกค้านึกถึงบริษัทของคุณทุกรายเดือนของปี โดยการมีปฏิทินแจกฟรีหรือราคาถูกให้กับลูกค้า สามารถใส่คูปอง หรือเคล็ดลับที่น่าสนใจ พิมพ์ลงในปฏิทิน ซึ่งคุณสามารถสร้างความบันเทิงและให้ลูกค้าติดตามได้ตลอดทั้งปี สามารถไดคัทขอบปฏิทินตามดีไซน์ของท่าน รับทำปฏิทิน เพื่อความหลากหลายและความน่าสนใจของปฏิทิน เราสามารถพิมพ์จำนวนน้อย ไม่จำกัดขนาด สี และรูปแบบ ปฏิทิน จัดเป็นของขวัญ ประเภทสื่อประชาสัมพันธ์องค์กรที่ดีประเภทหนึ่ง กล่าวคือ นอกจากจะเป็นการส่งความสุข ให้แก่ผู้รับในช่วงเทศกาลปีใหม่ แล้วปฏิทินยังสามารถแทรกเนื้อหา

รับทำปฏิทิน ท่านสามารถติดต่อฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ของเราได้ภายใน 30 วัน หากท่านไม่พอใจในงานที่ได้รับ เพื่อกระตุ้นการจดจำ (Brand Awarness) องค์กร ให้แก่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้อีกด้วย อย่างไรก็ดี เนื่องด้วยปฏิทิน เป็นของขวัญที่ได้รับความนิยมในช่วงเทศกาลปีใหม่ ดังที่กล่าวไว้ข้างต้น ส่งผลให้กลุ่มผุ้รับเองก็ได้รับปฏิทินเป็นจำนานมาก ด้วยความที่เราสามารถจัดทำทุกอย่างได้เองอย่างครบวงจร ทำให้ประหยัดต้นทุนและค่าใช้จ่าย แต่โดยมากแล้ว ผู้รับก็มักจะเลือกปฏิทิน ขึ้นมาใช้งานเพียง หนึ่งของสองชิ้นเท่านั้น  ด้วยเหตุนี้ การออกแบบและผลิตปฏิทิน ทำการส่งเสริมการขาย โดยมุ่งหวังที่จะตอบสนอง ความต้องการของท่านในการใช้สื่อต่างๆ ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ รับทำปฏิทิน ภายใต้งบประมาณที่ท่านพอใจกับ บริการ จะต้องรับรู้ถึงข้อจำกัดนี้ด้วย ซึ่งปัจจุบัน องค์กรก็จะให้ความสำคัญในขั้นตอนการออกแบบเป็นอย่างมากโดยเน้นตั้งแต่ขั้นตอนการเลือกวัสดุ อาทิ เลือกประเภทกระดาษงานออกแบบที่เหมือนกัน แต่คุณภาพของกระดาษที่แตกต่างกัน เรามีความเชียวชาญในการรับทำปฏิทินแบบต่างๆถ้าคุณกำลังตามหา เป็นทีมงานที่มีประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญในด้านการบริหารจัดการ ด้านการออกแบบ และผลิตสื่อโฆษณา เรามีการพัฒนาศักยภาพของบุคลากร ระบบการทำงาน และเครื่องมืออย่างสม่ำเสมอ รับทำปฏิทิน นอกจากนี้ยังได้มีการร่วมมือกับทีมงานภายนอกเพื่อทำงานตอบสนองความต้องการของลูกค้า และสร้างความพึงพอใจสูงสุด โรงพิมพ์ที่พิมพ์จำนวนน้อย ราคาถูก และคุณภาพดี เราจะเป็นคำตอบของคุณ ด้วยความสามารถของเรา

รับทำปฏิทิน เราสามารถที่จะรักษาคุณภาพการพิมพ์ที่ดีได้ในราคาที่ถูก เรารับประกันว่าถ้าหากงานปฏิทินของเรามีปัญหาเนื่องมาจากการพิมพ์ เรายืนดีคืนเงินให้ท่านภายใน 3 วัน ก็ส่งผลถึงคุณภาพงานได้เช่นกัน รวมถึง ใส่ใจในขั้นตอนการออกแบบ มักจะเห็นผลงานปฏิทินบ่อยครั้งที่ มีการกำหนดคอนเซปงาน หรือกรอบความคิดลงไปในตัวปฏิทิน ปัจจุบันสภาวะเศรษฐกิจมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาก่อให้เกิดภาวะการแข่งขันอย่างสูง ในหลายภาคส่วนธุรกิจของบริษัทต่างๆ มีการปรับตัวเพื่อรองรับผลของการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจโลก ทั้งในด้านการบริหารงาน การออกแบบ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการวางแผนกลยุทธ์ทางการตลาด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีแก่องค์กร รับทำปฏิทิน หรือเน้นทิศทาง เจตนารมณ์การบริหารขององค์กร เพื่อสื่อให้กลุ่มผู้รับทราบ รูปแบบกรอบความคิด ในการออกแบบปฏิทิน สร้างสรรค์งานออกแบบบนพื้นฐานของการตลาดและการออกแบบ คำนึงถึงมาตรฐาน คุณภาพ และความต้องการของลูกค้า เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดร่วมกัน ด้วยมาตรฐานการผลิตที่พิถีพิถันเน้นในรายละเอียด และความตรงต่อเวลา เราจึงเป็นบริษัทที่ได้รับความไว้วางใจจากบริษัทต่างๆมากกมาย มาเป็นเวลานาน ผู้อุปการคุณบางรายได้ให้ความเมตตาเรา อาทิ Tip หรือ เทคนิค ที่เกี่ยวข้องกับ Lifestyle  การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการลดโลกร้อน เป็นต้น รับทำปฏิทิน รูปแบบการออกแบบและผลิตปฏิทิน ของบริษัทฯ เน้นที่ความยืดหยุ่นในการทำงาน โดยผลงานออกแบบงานต่องาน เป็นการออกแบบตาม concept ที่กำหนด รวมถึงการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ การโฆษณา

นอกจากสื่อประเภทต่างๆ ดังที่ได้กล่าวไปแล้วนั้น รับทำปฏิทิน ยังมีสื่อโฆษณาประเภทอื่นๆ ซึ่งเป็นพื้นฐานของการโฆษณา โดยการสื่อสารกับผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายโดยตรงได้แก่ การโฆษณาทางไปรษณีย์ การโฆษณา ณ จุดซื้อ และการโฆษณาโดยใช้สื่อเฉพาะ นับเป็นสื่อโฆษณาส่งเสริมการขายที่ใช้สนับสนุนสื่อหลักประเภทอื่นๆ เพื่อกระตุ้นความสนใจของผู้บริโภคเป็นครั้งสุดท้ายก่อนการตัดสินใจซื้อ และมีขั้นตอนของการทำ ปฏิทินจำลองสเหมือนจริง ก่อนผลิตจริงโดยใช้วัสดุกระดาษตามสเปคงานที่นำเสนอลูกค้า เราจึงมุมานะที่จะสรรหาภาพสวยๆ จากทั่วทุกมุมโลก การสร้างสรรค์งานโฆษณา เป็นความพยายามในการใช้การโฆษณาผ่านสื่อต่างๆโดยมี จุดมุ่งหมายเพื่อให้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ ตลอดจนแนวคิดไปสู่ผู้บริโภค ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ การโฆษณา รับทำปฏิทิน จึงต้องมีลักษณะสร้างสรรค์โดยการวิเคราะห์ สถานการณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านการตลาด ด้านผู้บริโภคและด้านสื่อโฆษณา เพื่อนำมา ใช้เป็นข้อมูลในการสร้างงานโฆษณาให้บรรลุผลตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ โดยช่างภาพที่เป็นที่สุดของวงการ เพื่อให้ผู้มีอุปการคุณของเราสามารถส่งต่อความสุข ความสวยงาม ไปยังผู้รับในวารดิถีขึ้นปีใหม่ เพื่อให้ได้งานออกมาตรงตามความต้องการและความคาดหวังของลูกค้า ตั้งแต่การออกแบบปฏิทินไปจนถึงขั้นตอนสุดท้ายคืองานสิ่งพิมพ์ที่เป็นปฏิทินด้วยระบบออฟเซ็ท (Offset) ที่ทันสมัย เราเน้นการผลิตงานพิมพ์ปฏิทินที่ได้คุณภาพและมาตรฐาน ส่งมอบงานพิมพ์ปฏิทินตรงเวลา ทำวิจัยเพื่อตรวจสอบแนวคิดเกี่ยวกับสินค้าใหม่กับกลุ่มเป้าหมาย ความประทับใจ ความชอบ รับทำปฏิทิน ความชัดเจนของไอเดีย การใช้สินค้า ราคาที่ ตั้งใจซื้อ ความเป็นไปได้ ในการซื้อ การยอมรับในคุณสมบัติของสินค้า (หีบ ห่อ กลิ่น ตัวสินค้า บรรจุภัณฑ์)  และราคาถูก ประหยัด เป็นกันเอง ออกแบบปฏิทินสำหรับตามแบรนด์ลูกค้า มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร ตาม Concept ที่ลูกค้าต้องการ จุดประสงค์ของปฏิทินเพื่อใช้เป็นของชำร่วยแจกจ่ายช่วงสิ้นปี ให้กันในช่วงปีใหม่ ตลอดจนการโฆษณา ประชาสัมพันธ์องค์กร กิจกรรม ผลิตภัณฑ์ และบริการต่างๆ ซึ่งสามารถเพิ่มรายละเอียดการโฆษณา ตารางกิจกรรมของบริษัท โดยใช้พื้นที่ว่างในหน้าปฏิทิน หรือจะเพิ่มหน้าพิเศษก็ได้

ใบไม้แดง ช่วงเวลาที่สวยงาม…!!!

ใบไม้แดง ตามปกติ ใบไม้จะเริ่มเปลี่ยนสี ไล่จากทางภาคเหนือลงสู่ภาคใต้ของญี่ปุ่น ราวต้นเดือนตุลาคม จนถึงต้นเดือนธันวาคมของทุกปี แต่ช่วงเวลาเกิดใบไม้แดงอาจคลาดเคลื่อนแตกต่างกันไปในแต่ละปี ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและอุณหภูมิในปีนั้นๆ ในช่วงฤดูใบไม้แดงนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่สวยงาม และสุดแสนโรแมนติคของญี่ปุ่น ตามหุบเขาธรรมชาติ จะเต็มไปด้วยต้นไม้ที่พร้อมใจกันเพิ่มความงดงามให้กับขุนเขา แข่งกันอวดสีสันของใบไม้สีสันสดใส เป็นมนต์เสน่ห์ให้นักท่องเที่ยว หลงใหล และติดใจ อยากมาชมความงดงามในทุกๆปี อุณหภูมิในช่วงนี้จะเริ่มเย็นสบาย เฉลี่ยประมาณ 15-25 องศาเซลเซียส แม้จะไม่หนาวเท่าฤดูหนาว แต่ควรเตรียมเสื้อคลุมแขนยาวสำหรับกันหนาวไปด้วย เช่น เสื้อยืดแขนยาว เสื้อแขนยาว เสื้อคอเต่าแขนยาว เสื้อคาร์ดิแกน เสื้อคลุม เสื้อแจ็กเก็ต สเว็ตเตอร์กันหนาว และผ้าพันคอ

วันนี้เราจะมาแนะนำแหล่งท่องเที่ยว 11 สถานที่ที่ไม่ควรพลาดในการชมใบไม้แดง ของฤดูใบไม้ผลิแห่งญี่ปุ่นกัน ถ้าพร้อมแล้วไปชมกันเลย

  1. วัดโคไดจิ – Kodaiji Temple, เกียวโต สวนสไตล์ tsukiyama โดยภายในสวนจะเป็นเนินเตี้ย ประดับตกแต่งด้วยหินขนาดใหญ่ โดยรอบเป็นต้นเมเปิ้ลเรียงรายกันอยู่ซึ่งในฤดูใบไม้แดงนั้นใบเมเปิ้ลจะเปลี่ยนเป็นสีแดง ให้วิวและบรรยากาศที่สวยงามมาก และในตอนกลางคืนจะมีการเปิดไฟประดับส่องสว่าง ทำให้เห็นสีใบไม้แดงได้อย่างชัดเจนและเห็นเงาสะท้อนราวกับกระจกของผิวน้ำในสระด้วย
  2. วัดไดโกจิ Daigoji Temple, เกียวโต เป็นวัดที่กินพื้นที่ขนาดใหญ่ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองเกียวโต จะสวยงามมากในช่วงฤดูใบไม้แดง ศาลาสีแดงซึ่งตั้งอยู่กลางน้ำจะถูกห้อมล้อมไปด้วยใบเมเปิ้ลที่เปลี่ยนเป็นสีแดงสด และยังมีทางเดินที่สามารถใช้ปีนภูเขาขึ้นไปเดินเล่นท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงามซึ่งที่ด้านบนจะยังมีศาลาไม้ขนาดใหญ่ พร้อมกับวิวที่จะเห็นพื้นที่โล่งกว้างใหญ่ ถ้าอากาศสดใส ท้องฟ้าโปร่ง
  3. สวนริคุงิเอน, โตเกียว สวนแห่งนี้เป็นจุดชมใบไม้แดงในฤดูใบไม้ร่วงที่นิยมมากแห่งหนึ่ง ซึ่งจะได้เห็นทัศนียภาพของสวนสไตล์ญี่ปุ่นท่ามกลางสีสันของใบไม้แดง รวมกับวิวบนเนินเขารอบๆสะพานโทเกสึเคียว(Togetsukyu Bridge) และต้นเมเปิ้ลที่เรียงรายอยู่ริมคลอง
  4. หุบเขานารุโกะ, โทโฮคุ ตั้งอยู่ห่างจากเซนไดไปประมาณ 2 ชั่วโมงหุบเขานารุโกะเป็นจุดชมใบไม้แดงที่มีชื่อเสียงของภูมิภาคโทโฮคุ และยังมีเส้นทางเดินป่าสำหรับชมวิวทิวทัศน์อันงดงามของป่าและสะพานโอฟุคาซาว่า(Ofukazawa Bridge) ที่ตั้งอยู่เหนือหุบเขาอีกด้วย
  5. น้ำตกเคงอน, นิกโก้ มีความสูงเกือบ 100 เมตร เป็น 1 ใน 3 ของน้ำตกที่สวยงามที่สุดของญี่ปุ่น(ร่วมกับน้ำตกนาจิ(Nachi Waterfall)ที่วากายามะ และน้ำตกฟูคุโรดะ(Fukuroda Waterfall) ที่อิบารากิ) เป็นจุดนิยมในการชมใบไม้แดงในฤดูใบไม้ร่วงกลาง-ปลายเดือนตุลาคม
  6. ไดเซสึซัง, ฮอกไกโด ที่อุทยานแห่งชาติไดเซสึซัง เป็นจุดชมใบไม้แดงชื่อดังของฮอกไกโด ซึ่งจะได้เห็นความสวยงามของใบไม้แดง ที่อยู่เรียงรายริมทะเลสาบ และเมื่อน้ำนิ่งก็มองเห็นเงาสะท้อนของต้นไม้และภูเขาอย่างสวยงามราวกับส่องกระจก
  7. อิโช นามิกิ, โตเกียว เป็นหนึ่งในสถานที่ยอดนิยม ตั้งอยู่ถัดจากสวนเมจิ จินกุ ไกเอน(Meiji Jingu Gaien Park)เริ่มตั้งแต่สถานีรถไฟใต้ดิน Aoyama-Itchome Station ซึ่งมีเอกลักษณ์ที่ใบไม้จะเปลี่ยนเป็นสีแดงในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน ใต้ต้นไม้ก็เต็มไปด้วยใบไม้ที่ร่วงหล่นลงมา เหมาะแก่การเดินเล่นพักผ่อนหย่อนใจ
  8. วัดบิชามอนโด, เกียวโต เป็นวัดเก่าแก่ที่ตั้งอยู่บนเนินเขาในแถบยามาชินะ มีชื่อเสียงเป็นอย่างมากในเรื่องความสวยงามของใบไม้แดง เส้นทางเดินจะปกคลุมไปด้วยใบเมเปิ้บสีแดงยาวตลอด 2 ข้างทาง ทำให้ดูเหมือนเป็นอุโมงค์ใบไม้แดง
  9. อุโมงค์ใบไม้แดง โมมิจิ ไคโร, ฟูจิ เป็นเส้นทางเดินชมใบไม้แดงในช่วงเดือนพฤศจิกายน โดยสองข้างทางจะเต็มไปด้วยใบไม้แดงส้มสลับกันยาวตลอดทาง และเนื่องจากกิ่งของต้นเมเปิ้ลโน้มเข้าหากันตรงกลางจึงเป็นเหมือนอุโมงค์ใบไม้แดงที่สวยงามอลังการเป็นอย่างมาก
  10. ถนนสายโรแมนติค นิฮอน ไฮเวย์, นิคโก้ เป็นเส้นทางชมใบไม้แดงที่วิ่งจากนิคโก้ไปยังเมืองอุเมดะ ระหว่างทางก็จะเป็นเส้นทางขึ้นลงเขา โค้งไปโค้งมา เมื่อขับขึ้นไปยังยอดเขาและมองลงมาก็จะสามารถเห็นถนนที่โอบล้อมไปด้วยใบไม้แดง วิ่งคดเคี้ยวลัดเลาะไปตามไหล่เขา
  11. วัดคิโยะมิซุ, เกียวโต วัดน้ำใสเป็นสถานที่ชมใบไม้แดงที่มีชื่อเสียงมากของเมืองเกียวโต เมื่อถึงฤดูการชมดอกไม้หรือใบไม้แดง จะมีการเปิดไฟซ่องที่ต้นไม้และอาคารของวัดในช่วงหัวค่ำ ซึ่งสวยงามแปลกตาไปจากตอนกลางวันด้วย

สุดยอดความอร่อยของราเมน …!!!

ราเมน ถ้าให้พูดถึงอาหารญี่ปุ่น นอกจากซูชิแล้ว อาหารเส้นอย่างราเมน หรือราเมง (Ramen) ก็มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกไม่แพ้อาหารญี่ปุ่นชนิดอื่น ๆ เลย และในวันนี้เราก็มีประวัติราเมนเป็นเกร็ดความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ มาฝากคนชอบอาหารเส้นกัน แม้ราเมนจะเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะอาหารเส้นของประเทศญี่ปุ่น แต่จริง ๆ แล้วต้นกำเนิดของราเมงมาจากประเทศจีน โดยมีสมมติฐานว่า “ราเมน” อาจจะเป็นคำที่เพี้ยนมาจากคำว่า “ลาเมียน” (La Mian) ในภาษาจีนที่หมายถึง เส้นก๋วยเตี๋ยวที่ใช้มือนวด หรืออีกคำหนึ่ง “เลาเมียน” (Laomian) ซึ่งก็คือ ก๋วยเตี๋ยวโบราณในภาษาจีนนั่นเอง อีกทั้งในประวัติศาสตร์ก็มีบันทึกด้วยว่า คนญี่ปุ่นเริ่มรู้จักบะหมี่น้ำในคริสต์ศตวรรษที่ 17 (ยุคเมจิ) จากการที่โทคุกาวะ มิทซึคุนิ ไดเมียวสมัยเอโดะ ได้รับประทานเป็นคนแรก ซึ่งในสมัยนั้น ราเมนจะถูกเรียกว่า “ชินะโซบะ” ที่แปลว่าโซบะจีน แต่ถึงอย่างนั้นราเมนก็ยังไม่เป็นที่รู้จักในแดนอาทิตย์อุทัยเท่าไรนัก

จนกระทั่งราว ๆ ปี ค.ศ. 1900 ชาวจีนที่ค้าขายอยู่ในประเทศญี่ปุ่น ก็หัวใสทำราเมนขายคู่กับเกี๊ยวซ่า จัดเป็นชุดขายให้คนที่ใช้แรงงานได้กินอย่างอิ่มหนำสำราญ โดยในยุคนั้นก็มีการตะโกนโฆษณาเรียกลูกค้ากันด้วย ซึ่งนั่นก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้คนญี่ปุ่นรู้จักราเมนกันอย่างแพร่หลายนับแต่นั้นเป็นต้นมา

โดยปัจจุบันนี้ราเมนก็ถือว่าเป็นอาหารเส้นดาวเด่นในประเทศญี่ปุ่น โดยเฉพาะเมื่อปี ค.ศ. 1958  โมโมฟุคุ อันโด ผู้ก่อตั้งนิชชินฟู้ดส์ได้คิดค้นดัดแปลงทำราเมนเป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ต่อยอดความนิยมของราเมนให้ไปไกลทั่วทุกพื้นที่ในญี่ปุ่น รวมมาถึงพื้นที่อื่น ๆ ในโลก เช่น ประเทศไทยของเราก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่ติดใจในรสชาติบะหมี่ญี่ปุ่น หรือราเมนอยู่เหมือนกันนะ

วันนี้เราได้รวบรวม 5 อันดับร้านราเมน ในโตเกียว ที่รสเด็ดและดีที่สุดมาเสนอกัน ถ้าหิวแล้วก็ไปลุยกันเลย

  1. ซึตะ (Japanese Soba Noodles Tsuta) – ราเมนร้านแรกในโลกที่ได้ 1 ดาวมิชลิน ร้านนี้เมนูที่ขายดีที่สุดคือโชยุโซบะซึ่งจุดเด่นที่สุดอยู่ที่น้ำซุปที่ใช้โชยุชนิดพิเศษถึงสามชนิด จากโชโดชิมะ อิบาระกิ และวาคายามะ ที่หมักในถังไม้สนเป็นเวลา 2 ปี นำมาผสานเข้ากับซุปไก่กับซีฟู้ด เกลือหิน ไวน์แดงและโรสแมรี่ ทำให้ได้น้ำซุปรสชาติกลมกล่อม ซับซ้อน และหรูหราในเวลาเดียวกัน นอกจากนี้ตัวเส้นเองก็ทำขึ้นมาจากส่วนผสมของแป้งถึง 4 ชนิดด้วยกัน หมูชาชูก็ย่างมาได้หอมและชุ่มฉ่ำสุดๆ แล้วยังปิดท้ายด้วยซอสเห็ดทรัฟเฟิล ด้วยความพิถีพิถันขนาดนี้นี่เองที่ทำให้ Tsuta ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก สมศักดิ์ศรีร้านติดดาว Michelin จริงๆ
  2. เมนยะ คิซโซ (Menya Kissou) – อีกหนึ่งตำนานของโตเกียว เมนยะ คิซโซ เป็นร้านราเมนที่มีชื่อเสียงอยู่ในระดับท๊อปของโตเกียวมาอย่างยาวนาน ได้อันดับ 1 ของโตเกียว ในการจัดอันดับประจำปี 2007, 2008, 2009, 2013 และ 2014 คือได้อันดับ 1 บ่อยมากๆ และยังป้วนเปี้ยนอยู่ในระดับท๊อปอยู่ตลอดเลยล่ะ ในปี 2016 ส่วนเมนูเด็ดของเมนยะคิซโซก็คือราเมนกับซึเคะเมน และร้านนี้ไม่มีเมนูอื่นนอกจากนี้ ทั้งราเมนและซึเคะเมนมาพร้อมซุป ที่ทำจากเนื้อหมูหรือไก่ ผสมกับดาชิจากอาหารทะเล ซุปนั้นเข้มข้น กลมกล่อมมากๆ
  3. เมนยะ อิตโต (Menya ittou) – อันดับหนึ่งของราเมนในโตเกียว ร้านนี้ถือเป็นหนึ่งในสุดยอดของสุดยอด ราเมน ในโตเกียวและญี่ปุ่นเลยทีเดียว เป็นร้านราเมนที่ได้คะแนนสูงสุด ติดต่อกันมาหลายปี เรียกได้ว่าเปิดไปดูทีไรมันก็อยู่ที่ 1 เกือบจะตลอด ในปี 2010 ซึ่งเป็นปีที่เปิดร้านก็ได้ขึ้นอันดับ 1 ในปีนั้นทันที รวมถึงได้รางวัลต่างๆยาวเป็นหางว่าว เมนูที่เป็นที่นิยมสูงสุดของร้านคือ ซึเคะเมน ซุปทะเลแบบเข้มข้นพิเศษ (特製濃厚魚介つけ麺) และราเมนซุปทะเลแบบเข้มข้น (特製濃厚魚介らーめん)
  4. โทมิตะ (Tomita) – ร้านโทมิตะอยู่ที่ชิบะไม่ได้อยู่ในโตเกียวนะ แต่ร้านราเมนนี้อยู่ที่สถานี Matsudo ที่อยู่ติดแม่น้ำ Edogawa ซึ่งแม่น้ำนี้เองเป็นขอบเขตของกรุงโตเกียว ก็หยวนๆว่าเป็นโตเกียวแล้วกัน ร้านนี้ขึ้นชื่อรื่องเส้นโซบะทำเองที่เหนียวนุ่ม เคี้ยวเพลิน และหอมสุดๆ เส้นโซบะเป็นมีขนาดใหญ่มาก ทั้งนี้เพื่อให้เข้ากับน้ำซุปกระดูกหมูและซีฟู้ดแบบพิเศษที่ข้นคลั่กแบบสะใจ นอกจากนี้ยังมีท็อปปิ้งหมูชาชูถึง 2 ชนิดด้วยกันคือหมูชาชูย่างจนหอม นุ่มและมัน กับหมูที่ผ่านการทำให้สุกในสูญญากาศที่อุณหภูมิต่ำที่สามารถกักเก็บความชุ่มฉ่ำและรสชาติไว้ได้อย่างเต็มเปี่ยม
  5. คนจิคิ โฮโตะโตะงิสุ (Konjiki Hototogisu ) – ราเมนที่มาแรงอย่างต่อเนื่อง ได้อยู่ใน Michelin Guide ด้วย ร้าน ราเมน Konjiki hototogisu หรือร้านนกกาเหว่าสีทอง ถือเป็นสุดยอดร้าน ราเมน อีกร้านหนึ่ง ได้คะแนนอยู่ในระดับสูงมากๆ ร้านนี้ได้ Tabelog Award สาขา ราเมน มาตลอดตั้งแต่ปี 2010 แถมยังมีชื่ออยู่ใน Michelin Guide อีกต่างหาก เมนูสุดฮิตของร้านนี้คือ โซบะโชยุ (そば(醤油)) ซึ่งมีจุดเด่นอยู่ที่น้ำซุป ที่ทำจากโชยุ 2 ชนิด หอย 3 ชนิดและใส่เห็ดพอร์ชินี่ลงไปด้วย จึงทำให้ได้กลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว อีกเมนูหนึ่งที่เริ่มฮิตมากขึ้นเรื่อยๆก็คือ ราเมน ซุปเกลือที่ใส่เห็ดทรัฟเฟิลลงไปด้วย

โรงพิมพ์คุณภาพ รับพิมพ์ดิจิตอล ไม่มีขั้นต่ำ

ในยุคนี้นั้นการแข่งขันทางด้านอุตสาหกรรมต่างๆ ความต้องการงานพิมพ์ รับพิมพ์ดิจิตอล ระบบออฟเซ็ท ที่ผลิตครั้งละมากๆ เริ่มมีปริมาณความต้องการน้อยลงทุกปี อันเนื่องมาจากกระแส สื่อดิจิตอล และ อินเตอรืเน็ต นั้นไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีอะไรก็ตามแต่ ก็ต่างที่จะมีการพัฒนาระบบต่างๆ ให้มีความทันสมัยเป็นอย่างมากซึ่งในปัจจุบันนี้นั้นอุตสาหกรรมในบ้านเราก็มีการเติบโตกันอย่างสูงมาก ส่งผลให้งานพิมพ์ระบบออฟเซ็ท ทางด้าน หนังสือ แผ่นพับ ใบปลิว โดยบรรจุภัณฑ์ทุกชนิดนั้นก็จะต้องมีการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่จะต้องผ่านกระบวนการจัดการเทคโนโลยีด้านการพิมพ์ ฉะนั้นในวันนี้เราก็ได้มีเทคโนโลยีการพิมพ์บรรจุภัณฑ์ต่างๆ มาฝากกัน รับพิมพ์ดิจิตอล เพื่อที่จะได้เป็นแนวทางในการออกแบบที่ดียิ่งขึ้นต่อไป และได้มาซึ่งคุณภาพที่ไม่สามารถตอบสนองการใช้งานได้ จึงเกิดเครื่องปรินท์ ที่มาตอบโจทย์ความต้องการในลักษณะนี้ เทคโนโลยีด้านการพิมพ์บนบรรจุภัณฑ์ชนิดต่างๆ นั้น โดยเทคโนโลยีเหล่านี้นั้นไม่ว่าจะเป็นบรรจุภัณฑ์อะไรก็ตามแต่เราก็ควรที่จะต้องมีการเลือกใช้เทคโนโลยีให้สามารถที่จะตอบโจทย์กับความต้องการให้ได้ด้วยจะต้องมีการออกแบบและการจัดวางองค์ประกอบต่างๆ คือ เครื่อง Digital Press ที่ให้คุณภาพใกล้เคียงกับ offset มากจนแทบแยกไม่ออก และยังทำความเร็วได้ทันความต้องการ รวมถึงสามารถพิมพ์ได้หลากหลายวัสดุ รับพิมพ์ดิจิตอล โดยเฉพาะเทคโนโลยีทางด้านการพิมพ์ต่างๆ นั้นทั้งในและต่างประเทศก็ต่างมีการแข่งขันกันอย่างดุเดือดกันจริงๆ อย่างไรก็ตามนั้นเลยทำให้ในยุคนี้นั้นเทคโนโลยีการพิมพ์ต่างๆ ซึ่งในการออกแบบและการผลิตนั้นไม่ว่าจะเป็นบรรจุภัณฑ์ชนิดอะไรก็ตามแต่ก็จะต้องมีการบริการการจัดการการวางแผนที่ดีและที่สำคัญก็จะต้องมีการควบคุมคุณภาพงานด้านสิ่งพิมพ์ต่างๆ นั้นก็ได้เข้ามามีบทบาทที่สำคัญต่อภาพอุตสาหกรรมต่างๆ

รับพิมพ์ดิจิตอล ในปัจจุบันข้อจำกัดของการ พิมพ์ดิจิตอล Digital Printing คือ ความเร็วที่ยังสู้การพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์สกรีนทรงกระบอกไม่ได้  แต่มีข้อได้เปรียบถ้าหากนำมาใช้ในการพิมพ์ปรู๊ฟสี  ซึ่งทำให้ลดต้นทุนการผลิตลงได้มากและช่วยทำให้ประหยัดเวลา ทำให้การคิดค้น และในการออกแบบสิ่งพิมพ์นั้นก็มักจะมีนวัตกรรมที่ออกมาดี คือ การพิมพ์ที่ใช้เครื่องพิมพ์ต่อพ่วงกับคอมพิวเตอร์ ให้สามารถที่จะตอบโจทย์กับความต้องการเทคโนโลยีการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ได้อย่างดีและมีคุณภาพ ถ้าหากเราทำได้นั้นแน่นอนมันก็จะเป็นตัวช่วยในเรื่องภาพลักษณ์ของสินค้าที่ดีทำให้สินค้าของเรามีความโดดเด่นและเป็นที่ต้องการในตลาดได้ ซะนั้นแล้วในการออกแบบทุกครั้งนั้นถ้าเราได้เห็นชิ้นงานก่อนมันก็ย่อมจะทำให้บรรจุภัณฑ์ของเราลดความผิดพลาดได้เยอะมากยิ่งขึ้น เพราะไม่มีความจำเป็นต้องเตรียมแม่พิมพ์ รับพิมพ์ดิจิตอล แต่ข้อจำกัดอันสำคัญคือความเร็วในการพิมพ์ที่ค่อนข้างช้าในขณะที่อัตราเร็วของการพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์สกรีนทรงกระบอก โดยรับข้อมูลภาพจากคอมพิวเตอร์มาพิมพ์ เครื่องปรินเตอร์ที่อยู่ตามบ้านของคนทั่วไป ก็เป็นการพิมพ์ดิจิตอล แต่ยังไม่สามารถสนองความต้องได้ครบถ้วน ทั้งด้านปริมาณ ,คุณภาพ ,เวลาทีใช้ในการพิมพ์ เช่น การทำโปสเตอร์ขนาด A3 ประมาณ 100 แผ่น เครื่องปรินท์ตามบ้าน ลดลงอย่างมากประกอบกับ เครื่องพิมพ์ดิจิตอลมีราคาถูกลง จากเดิมมาก ทำให้โรงพิมพ์ออฟเซ็ทเริ่มเพิ่มเครื่องพิมพ์ดิจิตอล ก่อนที่จะพุ่งไปตกลงบนวัสดุพิมพ์ รับพิมพ์ดิจิตอล ส่วนสมบัติการแห้งตัวของหมึกพิมพ์ก็ต้องควบคุมให้มีความเหมาะสมด้วย  ทั้งนี้เพราะถ้าหมึกพิมพ์แห้งตัวเร็วจนเกินไปก็อาจจะทำให้ปลายของท่อส่งหมึกนั้นเกิดการอุดตันเกิดขึ้น ในปัจจุบันนี้นั้นอุปการณ์และเครื่องมือเครื่องจักรต่างๆ มารองรับงานจำนวนน้อย พิมพ์ดิจิตอล Digital Printing คือ การพิมพ์ที่ใช้เครื่องพิมพ์ต่อพ่วงกับคอมพิวเตอร์ อย่างไรก็ตามนั้นเทคโนโลยีการพิมพ์นั้นก็ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้ผลิตได้เป็นอย่างดีเลยทำให้ในยุคนี้นั้นการทำบรรจุภัณฑ์ต่างๆ

รับพิมพ์ดิจิตอล ให้เป็นที่น่าสนใจนั้นก็จะเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่จะทำให้การเพิ่มประสิทธิภาพของสินค้าและบรรจุภัณฑ์ของเรานั้นสามารถที่จะตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้เช่นกัน ยกเว้นในกรณีที่ออร์เดอร์ที่ได้รับนั้นต้องการส่งมอบทันทีศักยภาพของการพิมพ์ผ้าด้วยเทคโนโลยีระบบดิจิตอลในระดับอุตสาหกรรม พิมพ์ดิจิตอล Digital Printingในระดับ Production scale เป็นการลงทุนที่ต้องการงบลงทุนสูง  โดยรับข้อมูลภาพจากคอมพิวเตอร์มาพิมพ์ เครื่องปรินเตอร์ที่อยู่ตามบ้านของคนทั่วไป ก็เป็นการพิมพ์ดิจิตอล แต่ยังไม่สามารถสนองความต้องได้ครบถ้วน ทั้งด้านปริมาณ ,คุณภาพ ,เวลาทีใช้ในการพิมพ์ เช่น การทำโปสเตอร์ขนาด A3 ประมาณ 100 แผ่น เครื่องปรินท์ตามบ้าน รับพิมพ์ดิจิตอล สามารถปรินท์ได้ ดังนั้น อุตสาหกรรมเทคโนโลยีการพิมพ์นั้นก็จะต้องมีการผลิตบรรจุภัณฑ์ที่ดีและมีคุณภาพออกมาตรงกับความต้องการของผู้บริโภคและผู้ผลิตให้เป็นอย่างมากที่สุด สามารถปรินท์ได้ แต่ คุณภาพ เวลา แต่ คุณภาพ เวลา ที่ได้อาจทำให้เจ้าของปรินท์เตอร์เกิดความรู้สึกไม่คุ้มค้า กับเวลาทีเสีย ฉะนั้นแล้วในการที่เราเลือกใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีอะไรนั้น ทำให้ต้นทุนการพิมพ์ด้วยระบบดิจิตอลสามารถแข่งขันกับเครื่องพิมพ์ระบบโรตารีสกรีนได้  โดยเฉพาะออร์เดอร์ที่มีขนาดระหว่าง 300 เมตรต่อสีที่มีต้นทุนการผลิตเท่ากัน รับพิมพ์ดิจิตอล แต่ด้วยเทคโนโลยีทำให้ Seiren สามารถผลิตสินค้าที่มีต้นทุนรวมได้เปรียบกว่าการทำธุรกรรมในโลกปัจจุบันได้เปลี่ยนโฉมหน้าไปจากเดิม เราก็ควรที่จะต้องเลือกให้มันมีความเหมาะสมกับชิ้นงานหรือบรรจุภัณฑ์ที่เราจะออกแบบด้วย ที่ได้อาจทำให้เจ้าของปรินท์เตอร์เกิดความรู้สึกไม่คุ้มค้า กับเวลาทีเสีย และได้มาซึ่งคุณภาพที่ไม่สามารถตอบสนองการใช้งานได้ จึงเกิดเครื่องปรินท์ ที่มาตอบโจทย์ความต้องการในลักษณะนี้ การพิมพ์ที่ใช้เครื่องพิมพ์ต่อพ่วงกับคอมพิวเตอร์ เพราะถ้าหากเราเลือกไม่ดี เลือกไม่ตรงกับความต้องการ ก็อาจจะทำให้ชิ้นงานของเราได้รับความเสียหายได้เช่นกัน ดังนั้น เทคโนโลยีในทุกวันนี้ก็มีให้เราเลือกใช้กันเยอะมาก

รับพิมพ์ดิจิตอล โดยรับข้อมูลภาพจากคอมพิวเตอร์มาพิมพ์ จะเห็นว่าการพิมพ์ระบบดิจิตอลเป็นเทคโนโลยีการพิมพ์ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับระบบการพิมพ์แบบ Quick response เพื่อช่วยให้การจัดการผลิตได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะสินค้าที่ผลิตตามสั่ง สินค้าแฟชั่น ป้ายโฆษณา ประชาสัมพันธ์ต่างๆ และสินค้าหรูที่ผลิตในจำนวนจำกัด  สินค้าในลักษณะนี้จำเป็นต้องการการส่งมอบรวดเร็ว ภาพสวยสีสดคมชัด โรงพิมพ์ดิจิตอล ราคาถูก เทคโนโลยีการพิมพ์ระบบดิจิตอลเป็นวิวัฒนาการ ส่วนเราจะเลือกตรงจุด ตรงกับความต้องการได้หรือเปล่านั้น เราก็จะต้องมามองดูกันอีกทีว่าเทคโนโลยีที่มีอยู่นั้นมันโอเคหรือไม่ เพื่อให้ตอบโจทย์กับความต้องการได้เป็นอย่างดีและที่สำคัญไม่ว่าจะเป็นวัสดุแบบไหนก็ตามแต่นั้น รับพิมพ์ดิจิตอล  เราก็จะต้องมีการเลือกใช้ชนิดของเทคโนโลยีให้มีความเหมาะสมและมีความลงตัวมากที่สุด เพื่อที่จะได้ทำให้สินค้าของเรานั้นดูดีและมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครอีกด้วย ปัจจุบันเครื่องพิมพ์ระบบดิจิตอลกำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายกับวัสดุสิ่งพิมพ์กระดาษ การที่เรามีการเลือกใช้เทคโนโลยีการพิมพ์เพื่อในการผลิตบรรจุภัณฑ์และสิ่งพิมพ์ต่างให้มันสามารถใช้ได้อย่างลงตัวและตอบโจทย์กับความต้องการนั้นแน่นอนมันก็จะเป็นสิ่งที่ดีและจะทำให้ชิ้นงานของเราออกมาสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น เทคโนโลยีการพิมพ์แบบดิจิตอลสามารถผสมผสานกลมกลืนเข้ากับเทคโนโลยีด้านการสื่อสารและเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ได้เป็นอย่างดี รับพิมพ์ดิจิตอล แบบลายในปัจจุบันนิยมออกแบบโดยใช้คอมพิวเตอร์

ใบไม้เปลี่ยนสี หนึ่งเดียวที่ญี่ปุ่น….!!!

ถ้าพูดถึงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ใครๆก็อยากเที่ยวญี่ปุ่นในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีกัน ทั้งในโตเกียว โอซาก้า เกียวโต จะเที่ยวจังหวัดไหนก็เห็นใบไม้เปลี่ยนสีหลากสีละลานตาเต็มไปหมด เป็นหนึ่งในประเทศในฝันของนักท่องเที่ยวที่ต้องการไปสัมผัสความงดงามของธรรมชาติ และยังเป็นประเทศที่สามารถไปเที่ยวได้ในทุกฤดู โดยเฉพาะฤดูใบไม้ร่วง หรือใบไม้เปลี่ยนสี ที่มีความงดงามยากจะลืมเลือน

ฮอกไกโด เป็นจังหวัดที่มีขนาดใหญ่ที่สุด กินพื้นที่ทั้งเกาะตั้งอยู่ทางตอนเหนือของญี่ปุ่น ด้วยพื้นที่กว้างใหญ่ทั้งป่าและเขา ทำให้ฮอกไกโดอุดมสมบูรณ์ไปด้วยอาหารการกิน และทัศนียภาพที่หาได้ยากจากเมืองอื่น เป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั้งในญี่ปุ่นและทั่วโลก นอกจากฤดูหนาวที่มีหิมะขาวโพลนแล้ว ในฤดูใบไม้ร่วงก็มีใบไม้เปลี่ยนสีแสนสวย แถมด้วยออนเซ็นและกิจกกรรมต่างๆ ให้สนุกด้วยเหมือนกัน

ช่วงที่ใบไม้เปลี่ยนสีมากที่สุดหรือ peak period จะขึ้นอยู่กับสภาพอากาศของแต่ละปี แต่ก็จะต่างกันในแต่ละปีเพียงแค่ไม่เกิน 10 วันเท่านั้น ทำให้การชมใบไม้เปลี่ยนสีจะง่ายกว่าการชมซากุระบานเพราะช่วงที่บานที่สุดหรือ Full Bloom จะอยู่แค่เพียงสัปดาห์เดียวเท่านั้น แต่ช่วงพีคของใบไม้เปลี่ยนสีจะนานกว่าประมาณ 2-3 สัปดาห์

สำหรับฤดูกาลใบไม้เปลี่ยนสีที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์จากการสรรค์สร้างของธรรมชาติ สัมผัสได้ถึงความโรแมนติคด้วยใบไม้ที่เปลี่ยนจากสีเขียวสู่สีส้ม แดง และเหลืองทองสลับกัน โดยที่ญี่ปุ่นจะเรียกการชมใบไม้เปลี่ยนสีนี้ว่า “Koyo ( 紅葉)” หรือ “Momiji-Gari” และตามปกติใบไม้จะเริ่มเปลี่ยนสี จากทางภาคเหนือลงสู่ภาคใต้ของญี่ปุ่น ราวกลางเดือนกันยายนจนถึงปลายเดือนพฤศจิกายนของทุกปี  อาจมีการคลาดเคลื่อนไปบ้างตามสภาพอากาศ

เผลอแปบเดียว ก็ใกล้จะถึงช่วงเวลาที่หลายคนรอคอย กับฤดูกาลแห่งภาพความสวยงามประจำปี ที่จะเกิดขึ้นในช่วงเวลาปลายปีเท่านั้นกับ ใบไม้เปลี่ยนสี ช่วงเวลาที่คนไทยนิยมเดินทางไปเที่ยวกันอย่างคึกคัก ประจวบเหมาะกับวันหยุดต่างๆ รวมถึงสภาพอากาศที่เย็นกำลังดี เพราะเป็นช่วงฤดูใบไม้ร่วง อากาศเย็นสบาย ไม่หนาวจนเกินไป

สำหรับใบไม้เปลี่ยนสีในญี่ปุ่นนั้น จะเริ่มเปลี่ยนสีจากพื้นที่ด้านบนของประเทศไล่ลงสู่พื้นที่ด้านล่าง พื้นที่ของจังหวัดฮอกไกโดกว้างใหญ่มาก ช่วงเวลาที่ใบไม้จะเปลี่ยนสีของแต่ละที่ก็เลยต่างกันไปด้วย แต่ส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงเดือนตุลาคม – ต้นเดือนพฤศจิกายน แต่ที่โซอุนเคียว เป็นจุดที่ใบไม้เปลี่ยนสีเร็วที่สุดในญี่ปุ่น บางปีจะเริ่มเปลี่ยนสีตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคมเลย โดยในทุกปี จังหวัดฮอกไกโด จะเป็นพื้นที่แรกในประเทศที่สามารถชมใบไม้เริ่มเปลี่ยนสีได้ก่อนใคร ซึ่งวันนี้เราขออาสาพาทุกคนไป ทัวร์ญี่ปุ่น เยือนจุดชม ใบไม้เปลี่ยนสี ฮอกไกโด 2018 สุดฟิน

ในวันนี้เราจะมานำเสนอ 4 สุดยอดจุดท่องเที่ยวชมใบไม้เปลี่ยนสี ประเทศญี่ปุ่น ที่หน้าหนาวขปีนี้ไม่ควรพลาด ต้องมาให้ได้สักครั้ง

  1. Hoshi no Buranko ใครที่กลัวความสูงขอให้ข้ามที่นี่ไปเลย เพราะที่นี่เป็นสะพานแขวนยาว 280 เมตร และสูงจากพื้นดินกว่า 50 เมตรเหนือพื้นดิน เป็นสะพานแขวนที่ทำจากไม้กระดานที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ สามารถมองวิวได้ 360 องศาเลย แม้จะหวาเสียวแต่ที่นี่เป็นจุดชมฤดูใบไม้เปลี่ยนสีที่มีชื่อเสียงมากเลยนะ
  2. ลานสกีซัปโปโร โคคุไซ พูดถึงว่าเป็นลานสกี ก็อาจจะงง เพราะที่นี่เปิดเป็นลานสกีในฤดูหนาว แต่ก่อนจะถึงฤดูหนาว ลานสกีโคคุไซ เป็นอีกหนึ่งจุดลับ ที่สามารถมาชมใบไม้เปลี่ยนสีได้อย่างสวยงาม โดยเราจะได้นั่งลิฟท์กอนโดล่า ชมความงามสองข้างทางของใบไม้เปลี่ยนสี
  3. วัดคัตสึโอจิ วัดคัตสึโอจิตั้งอยู่บนหุบเขาเมืองมิโนะทางทิศเหนือของโอซากา เป็นสถานที่ที่สวยงามและมีบรรยากาศที่เงียบสงบตลอดทั้งปี นอกจากความสวยงามของใบไม้เปลี่ยนสีแล้ว ที่นี่เป็นวัดที่รู้จักกันในด้านพลังงานทางจิต บ่อยครั้งที่เรียกว่าเป็นวัดแห่งโชคของผู้ชนะ
  4. สวนโอโดริ สวนสาธารณะกลางเมืองซัปโปโร แห่งนี้สนุกได้ในทุกฤดูจริงๆ แม้แต่ในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ที่ทุกๆ ต้นในสวนพร้อมใจกันเปลี่ยนสีเป็นสีส้ม สีแดง อย่างสวยงาม นอกจากความงามของธรรมชาติแล้ว ในเดือนกันยายน ที่นี่จะจัดเทศกาลอาหารอร่อยแห่งฤดูใบไม้ร่วง หรือ Sapporo Autumn Festival อีกด้วย

หน้าหนาวมาแล้วเราไป สกีรีสอร์ทญี่ปุ่น กันเถอะ…!!!

ไป สกีรีสอร์ทญี่ปุ่น ช่วงฤดูหนาว ถ้าจะให้เข้าถึงความหนาวเย็นอย่างแท้จริงก็ต้องไปเล่นสกีหิมะด้วยสิถึงจะฟิน ซึ่งในญี่ปุ่นก็มีลานสกีอยู่หลายแห่งทั่วทุกภูมิภาคเลย อีกทั้งยังเป็น สกีรีสอร์ทญี่ปุ่น ที่เหมาะกับการพาครอบครัวไปเที่ยวพร้อมกับเปิดประสบการณ์ใหม่ หรือพาคนรู้ใจควงกันไปเล่นหิมะ หามุมถ่ายรูปสวยๆ เอาไว้อวดเพื่อนๆ ซึ่งวันนี้เรามีสุดยอด สกีรีสอร์ทญี่ปุ่น มาแนะนำ

วันนี้เรามี 8 สถานที่สกีรีสอร์ทญี่ปุ่นที่จะนำเสนอ ซึ่งรับรองได้ว่าท่านจะสนุกกับการเล่นสกีไปกับเราแน่นอน

  1. สกีรีสอร์ทญี่ปุ่น Kiroro Snow World (ฮอกไกโด อะกะงะวะ) ไม่ว่าจะเล่นในหิมะหรือนั่งรถเลื่อนหรือนั่งห่วงยางยักษ์ คุณก็สามารถเข้าออกได้สะดวกสบายตามที่คุณต้องการในช่วงเวลาทำการ นอกจากนี้ ยังมีบริการเรือหิมะและรถสโนว์โมบิลคันจิ๋วให้กับผู้ใหญ่อีกด้วย ทีนี้ทุกคนในครอบครัวก็สนุกกันได้จนครบ รีสอร์ทแห่งนี้ยังมีบ่อน้ำพุร้อนและกิจกรรมในร่มให้เลือกอีกมากมาย
  2. สกีรีสอร์ทญี่ปุ่น Rusutsu Resort Ski Resort (ฮอกไกโด รุซุสึ) เด็กๆ สามารถสนุกไปกับสิ่งต่างๆ มากมายได้ที่ Crayon Shin-chan Plaza ที่ตั้งชื่อตามตัวการ์ตูนญี่ปุ่นยอดนิยม รวมทั้งรถเลื่อนหิมะและนั่งห่วงยางยักษ์ พ่อแม่ผู้ปกครองยังสามารถผ่อนคลายและออกไปเล่นสนุกบนเนินหิมะได้อีกด้วย เพราะที่นี่มีบริการห้องดูแลเด็กที่มีอุปกรณ์ครบครัน ด้านนอกรีสอร์ทและสวนสนุกที่อยู่ติดกัน บริเวณใกล้เคียงที่สามารถเดินเที่ยวได้นั้นยังเต็มไปด้วยบ้านพักน่าอยู่ให้คุณได้เพลิดเพลินไปกับการพักผ่อนตามสไตล์ที่คุณต้องการ
  3. สกีรีสอร์ทญี่ปุ่น Appi Kogen Ski Resort (อิวาเตะ ฮะชิมันไต) ด้วยเนินหิมะที่ไม่สูงนัก อาณาบริเวณที่เป็นส่วนตัวและกว้างขวาง และบันไดเลื่อนบนหิมะที่ยาวถึง 72 เมตร (ลิฟต์บนพื้นดิน) สกีรีสอร์ทญี่ปุ่นแห่งนี้น่าพักผ่อนและสะดวกสบาย คุณสามารถไปเล่นรถเลื่อนหิมะหรือนั่งห่วงยางยักษ์ตามที่คุณต้องการได้ภายในลานที่จัดไว้ และเพลิดเพลินไปกับความรู้สึกเย็นสดชื่นของหิมะในขณะที่คุณสนุกไปกับการท้าทายตัวเอง นอกจากโรงแรมที่เชื่อมต่อกับเนินหิมะสำหรับเล่นสกี บ้านพักกอาศัยสไตล์อพาร์ทเม้นท์ยังช่วยให้การพักผ่อนของคุณนั้นสมบูรณ์และหลากหลายยิ่งขึ้น
  4. สกีรีสอร์ทญี่ปุ่น Grandeco Snow Resort (ฟุกุชิมะ คิตะชิโอะบะระ) ลิฟต์ทั้งหมดนอกเหนือไปจากลิฟต์กอนโดล่านั้นเป็นลานกว้างความเร็วสูงแบบมีหลังคา นักเล่นสกีมือสมัครเล่นและครอบครัวสามารถพักผ่อนและเพลิดเพลินไปกับคอร์ส Rainbow สำหรับมือใหม่ระยะทาง 3,500 เมตร และ Asondeco Land แบบใช้สายพานของสกีรีสอร์ทญี่ปุ่นหิมะแห่งนี้ ริมฝั่งที่สวยงามรอบๆ ทะเลสาปทั้งห้า Goshiki-numa ในละแวกใกล้เคียงนั้นรายล้อมไปด้วยโรงแรมขนาดเล็กที่บริการอาหารเลิศรส
  5. สกีรีสอร์ทญี่ปุ่น Hoshino Resort Alts Bandai (ฟุกุชิมะ บันได) แม้ว่าจะเป็นช่วงสุดสัปดาห์และวันหยุดที่รถจอดกันแน่นไปหมด บริการลานจอดรถสำหรับครอบครัวจะช่วยให้คุณได้ตำแหน่งที่จอดรถที่ใกล้ที่สุดที่มีอยู่ บริเวณสำหรับผู้เล่นมือใหม่และครอบครัวนั้นได้รับการออกแบบมาให้สามารถสนุกไปกับการเล่นสกี สโนว์บอร์ด รถเลื่อน และวิ่งเล่นในหิมะอย่างไม่ต้องกังวล ปลอดภัย และสะดวกสบาย บ้านพักใกล้เคียงเต็มไปด้วยกลิ่นอายความโอ่อ่าแบบคฤหาสน์และบรรยากาศอันเป็นเอกลักษณ์นั้นเรียกว่าห้ามพลาดเลยทีเดียว
  6. สกีรีสอร์ทญี่ปุ่น Joetsu Kokusai Ski Resort (นีงะตะ มินะมิอุโอะนุมะ) อุปกรณ์สำหรับเล่นกีฬาบนหิมะมากมายที่จะทำให้ทุกคนในครอบครัวมีความสุขนั้นมีให้บริการอยู่ที่ Kid’s Paradise สถานที่ที่เด็กๆ สามารถสนุกไปกับการนั่งห่วงยางยักษ์บนหิมะและขี่จักรยานหิมะ นอกจากนี้ ที่ Sori Land ที่อยู่ติดกัน เด็กๆ และผู้ใหญ่หัวใจเด็กยังสามารถเพลิดเพลินไปกับคอร์สรถเลื่อนหิมะได้อีกด้วย บริเวณนี้มีบ้านพักอาศัยให้คุณเลือกได้มากมายตามสไตล์ที่คุณต้องการ
  7. สกีรีสอร์ทญี่ปุ่น Naeba Ski Resort (นีงะตะ ยุซะวะ) คุณสามารถเพลิดเพลินไปกับกิจกรรมบนหิมะมากมายอย่างรถไฟหิมะและห่วงยางยักษ์ที่ Family Resort Land หรือ N Plaza ที่น่าตื่นเต้น สกีรีสอร์ทญี่ปุ่นแห่งนี้มีเนินหิมะสำหรับเด็กและบริการดูแลเด็กให้อย่างครบครัน นอกจากนี้ ยังมีบริการอื่นๆ เพื่อรองรับครอบครัวที่มีเด็กเล็กตั้งแต่บริการให้เช่ารถเลื่อน เช่าชุดเล่นสกี คอร์สเรียนสกีและสโนว์บอร์ด และอื่นๆ อีกมากมาย แนะนำอย่างยิ่งสำหรับครอบครัวที่ต้องการเล่นสกีไปพร้อมๆ กัน
  8. สกีรีสอร์ทญี่ปุ่น NASPA Ski Garden (นีงะตะ ยุซะวะ) Pingu ตัวละครเพนกวินที่เป็นที่รักของเด็กๆ ทั่วโลก เป็นมาสคอตสำหรับรีสอร์ทแห่งนี้ ป้าย Pingu ที่ Chibikko Plaza และโรงเรียนสอนเล่นสกีที่จะมี Pingu เฝ้าเชียร์คุณนั้นเป็นที่นิยมสำหรับเด็กๆ มาก นอกจากนี้ ยังมีเนินหิมะที่ทำขึ้นสำหรับนั่งรถเลื่อนสำหรับเด็กๆ ที่อยากเล่นสกี สำหรับคนที่มาเป็นครอบครัวนั้น เราขอแนะนำให้พักที่โรงแรมใกล้ๆ ที่มีบ่อน้ำพุร้อน