หางานกุ๊ก ตำแหน่งงานสำหรับกุ๊กมือดี

กุ๊ก หรือ พ่อครัว แม่ครัว คือผู้ที่ทำหน้าที่รับผิดชอบในการทำอาหารในร้านอาหาร หรือโรงแรม ในร้านของตัวเองหรือได้รับการจ้างงานจากเจ้าของกิจการนั้น พ่อครัวหรือแม่ครัวอาจจะฝึกฝนตัวเองโดยมีบุคคลในครอบครัวเป็นพ่อครัวหรือแม่ครัวมาก่อน ในขณะเดียวกันก็มีโรงเรียนสอนทำอาหารตั้งขึ้นในปัจจุบัน โดยผู้ที่จบการศึกษาจากโรงเรียนทำอาหารมักจะได้รับการว่าจ้างจากร้านอาหารหรือภัตตาคารใหญ่ หรือโรงแรม

พ่อครัว หรือแม่ครัวในภาษาอังกฤษเรียกทับศัพท์ว่า กุ๊ก (cook) เป็นผู้รับผิดชอบในการเตรียมอาหารและทำอาหาร สำหรับ “หัวหน้าพ่อครัว” หรือ “เชฟ” (chef) จะทำหน้าที่รวมไปถึงคิดสูตรทำอาหารและการคิดรายการอาหาร รวมทั้งการจัดการในครัวคำว่า เชฟ มาจากคำในภาษาฝรั่งเศสว่า “chef de cuisine” ซึ่งหมายถึงหัวหน้าในการทำอาหาร

วันนี้เรามาแนะนำสถานที่ทำงานสำหรับกุ๊กที่ต้องการหางานกุ๊กในการประกอบอาชีพ

ร้านมาเจอนี่ รับสมัครตำแหน่งกุ๊ก

ที่อยู่กิจการ แยกบ้านควน ม.10 ต.โคกหล่อ อ.เมืองตรัง จังหวัดตรัง รายได้ ตามตกลง วุฒิการศึกษา ไม่ระบุ เพศ ไม่ระบุ รายละเอียด มีประสบการณ์ โทรศัพท์ 0967898995 อัพเดทเมื่อวันที่ 15/10/2561

BRA BURGER BRA CAFE & BISTRO รับสมัครตำแหน่งกุ๊ก

ทำอาหารแนวตะวันตก เช่น เบอร์เกอร์ สเต็ก ควบคุมดูแลอาหาร ต้นทุนและ วางแผนในการสั่งซื้อ ควบคุมดูแลอาหาร ต้นทุนและ วางแผนในการสั่งซื้อ

ติดต่อ คุณ สุจิตรา บริษัท อินทิเมทแฟชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด 98 หมู่ 3 ตำบลอุโมงค์ อำเภอเมืองลำพูน 51150 , ลำพูน โทร. 053982368-9 INTIMATEFASHION INTERNATIONAL CO., LTD. อัพเดทเมื่อวันที่ 17/10/2561

บริษัท ไพร์ม อิมเมจ พลัส จำกัด รับสมัครตำแหน่งกุ๊กอาหารไทย

คุณสมบัติผู้สมัคร มีประสบการณ์ในตำแหน่งงานจะพิจารณาเป็นพิเศษ ,มีใจรักงาน ,ขยันอดทน ,ทํางานเป็นทีม

ติดต่อ – สอบถาม  บริษัท ไพร์ม อิมเมจ พลัส จำกัด 59/5 ซอยหลังสวน ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330 โทรศัพท์ 02-2557125-7  โทรสาร : 02-2551787 อัพเดทเมื่อวันที่ 18/10/2561

แหลมเจริญ ซีฟู้ด ต้นตำรับปลากะพงทอดราดน้ำปลาเจ้าแรกในประเทศไทย รับสมัครตำแหน่งกุ๊ก

รายละเอียดผู้สมัคร ปรุงอาหารตามหลักสูตรการอบรมของทางร้าน

ติดต่อ – สอบถาม ฝ่ายบุคคลแหลมเจริญซีฟู้ด สำนักงานใหญ่ 555/235 ซอยประชาอุทิศ 17 ถนนประชาอุทิศ แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง จังหวัดกรุงเทพมหานคร 10320 ประเทศไทย http://www.laemcharoenseafood.com โทร. 099-6205329 คุณนิค / คุณแวว แฟกซ์. : 02-690-3002 อัพเดทเมื่อวันที่ 18/10/2561

บริษัท อินทิเมทแฟชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด รับสมัครตำแหน่งกุ๊กอาหารแนวตะวันตก

รายละเอียดผู้สมัคร ทำอาหารแนวตะวันตก เช่น เบอร์เกอร์ สเต็ก สลัด สปาเก็ตตี้ ฯลฯ ,สามารถนำวัตถุดิบที่มีอยู่ มาดัดแปลงทำเมนูใหม่ เพื่อนำเสนอลูกค้า ,ควบคุมดูแลอาหาร ต้นทุนและ วางแผนในการสั่งซื้อ

ติดต่อ – สอบถาม บริษัท อินทิเมทแฟชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด 98 หมู่ 3 ตำบลอุโมงค์ อำเภอเมืองลำพูน 51150 , ลำพูน โทร. 053982368-9 อัพเดทเมื่อวันที่ 17/10/2561

ช่างเทคนิค พร้อมประกอบติดตั้งสินค้าหน้างาน

ลักษณะงานโดยทั่วไปของช่างเทค นิคพร้อมประกอบติดตั้งสินค้าหน้างาน

งานนี้คลุมถึงตําแหน่งต่างๆ ที่ปฏิบัติงานทางเทคนิค ซึ่งมีลักษณะงานที่ปฏิบัติเกี่ยวกับ การซ่อม สร้าง ประกอบ ดัดแปลง ออกแบบ ติดตั้ง เครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์ต่างๆ ให้ เป็นไปตามแบบแปลน และรายละเอียดที่กําหนด ณ สถานที่หรือโรงงานที่ลูกค้าต้องการ  คํานวณรายการและประมาณราคาเกี่ยวกับงานดังกล่าว สํารวจสถานที่เพื่อกําหนดเขตงานและสถานที่โดยรอบก่อนเข้าติดตั้งสินค้า และปฏิบัติหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้อง  โดยปกติงานติดตั้งสินค้าหน้าร้านนั้น หมายรวมได้ถึงงานหลายประเภทขึ้นอยู่กับว่า ช่างเทคนิค พร้อมประกอบติดตั้งสินค้าหน้างาน อยู่บริษัทหรือโรงงานที่จำหน่ายสินค้าใด เช่น เฟอร์นิเจอร์ Built in  ติดตั้งแอร์  ติดตั้งเครื่องจักร เป็นต้น

หน้าที่ความรับผิดชอบหลัก

ปฏิบัติงานโดยใช้ความรู้ความสามารถด้านช่างเทคนิค การซ่อม สร้าง ประกอบ ดัดแปลง ออกแบบ ติดตั้ง เครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์ต่างๆ ให้เป็นไปตามแบบแปลน รายละเอียด และสถานที่ที่ลูกค้ากําหนด ควบคุมระบบงานที่ใช้เครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์ต่างๆ หลายชนิดรวมกัน คํานวณรายการและ ประมาณราคาเกี่ยวกับงานดังกล่าว  ทำงานเสร็จตรงเวลาที่ลูกค้ากำหนด โดยผลงานออกมาดีลูกค้ายอมรับงานติดตั้ง

ลักษณะงานที่ปฏิบัติ

  1. ด้านการปฏิบัติการ

(1) ดูแลควบคุม การติดตั้งเครื่องจักร เครื่องยนต์ เครื่องมือ อุปกรณ์ต่างๆ วัสดุและครุภัณฑ์อื่นๆ ในความรับผิดชอบ เพื่อให้สำเร็จตามแบบที่ลูกค้ากำหนด มีความปลอดภัยและพร้อมในการใช้งาน กําหนดรายละเอียดการจัดซื้อจัดจ้างเครื่องมือ วัสดุ ครุภัณฑ์เพื่อให้เกิดความพร้อมต่อการปฏิบัติงานติดตั้งสินค้า (2) ซ่อม สร้าง ประกอบ ดัดแปลง เขียนหรือออกแบบ ติดตั้ง เครื่องจักร เครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ รวมทั้งการตรวจสอบสินค้าที่ติดตั้งหน้างาน เพื่อให้เป็นไปตามหลักวิชาและมาตรฐานงานช่าง และให้เกิดความปลอดภัยต่อลูกค้า (3) ค้นคว้า ทดลอง การใช้ติดตั้งเครื่องจักร เครื่องมือ เทคโนโลยีต่างๆ เพื่อให้ เกิดการพัฒนา (4) จัดทํารายงานเปรียบเทียบข้อดี ข้อเสียของวิธีการทำงาน สินค้าของบริษัทแต่ละชนิด เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ  (5) ช่วยสอนและฝึกงานภาคปฏิบัติให้แก่นักศึกษา เพื่อถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจ ในงานช่างเทคนิค

  1. ด้านการกำกับดูแล

(1) ส่งเสริมกํากับ ดูแล ควบคุม และตรวจสอบการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ระดับรองลงมาเพื่อให้การดำเนินการติดตั้งสินค้าหน้างานเป็นไปตามเป้าหมายและทันตามเวลาที่กําหนด (2) วางแผน ประเมินผลให้คําแนะนําและแก้ไขปัญหาข้อขัดข้องในการปฏิบัติงานแก่ช่างเทคนิค พร้อมประกอบติดตั้งสินค้าหน้างาน

ในหน่วยงาน เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างต่อเนื่องมีประสิทธิภาพ

  1. ด้านการบริการ

(1) ให้คําแนะนำ ตอบปัญหา แก้ไขปัญหาในการปฏิบัติงานหน้างาน การอบรมเกี่ยวกับงานช่างเทคนิคให้การบริการทั้งภายใน และภายนอกหน่วยงาน เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ ความชํานาญด้านงานช่างเทคนิค พร้อมประกอบติดตั้งสินค้าหน้างาน

(2) ประสานงานกับหน่วยงาน หรือผู้รับบริการ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับการติดตั้งสินค้าหน้างานในหน้าที่ ทั้งภายในและภายนอกหน่วยงาน เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปด้วยความสะดวก รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และตรงตามเวลา

สิ่งที่พึงปฏิบัติของช่างเทคนิค พร้อมประกอบติดตั้งสินค้าหน้างานก่อนเริ่มงานจริง

ช่างเทคนิค พร้อมประกอบติดตั้งสินค้าหน้างานต้องพร้อมเข้าติดตั้งจริงภายใน 7-10 วันหลังจากที่ลูกค้าได้ตกลงตามเงื่อนไขเรียบร้อยและหน้างานพร้อมให้เข้างาน โดยมีขั้นตอนดังต่อไปนี้

  1. ตรวจเช็คครั้งสุดท้ายว่าหน้างานพร้อมที่จะติดตั้งหรือไม่
  2. เข้าทำความสะอาดพื้นที่และเคลื่อนย้ายสิ่งของต่างที่กีดขวางหากจำเป็น
  3. ก่อนที่จะเริ่มติดตั้งต้องมีทีมงานช่างเทคนิค พร้อมประกอบติดตั้งสินค้าหน้างาน เอาสินค้ามาวางให้ลูกค้าได้ตรวจสอบว่าตรงกับที่ได้เลือกไว้หรือไม่ พร้อมนับจำนวนสินค้าตามใบออเดอร์
  4. หลังจากนั้น ช่างเทคนิค พร้อมประกอบติดตั้งสินค้าหน้างานจึงสามารถลงมือทำงานติดตั้งภายใต้มาตรฐานของบริษัท
  5. ภายหลังติดตั้งเรียบร้อยแล้วให้เก็บงานและทำความสะอาดพื้นที่หลังติดตั้งให้เรียบร้อย
  6. ให้ลูกค้าเข้าตรวจเช็คคุณภาพงานติดตั้ง ดังนี้
    • เช็คความเรียบร้อยของงาน
    • ตรวจนับสินค้าที่ใช้ไป
    • ลูกค้าเซ็นยืนยันรับส่งมอบงาน

ทำการปิดกั้นพื้นที่ที่มีการติดตั้งใหม่ โดยจะห้ามใช้พื้นที่ 1-2 วันแล้วแต่สภาพหน้างาน หรือมีการปิดพื้นตามความต้องการลูกค้า

การเตรียมตัวเป็นช่างเทคนิค วิศวกร

งานช่างเทคนิค วิศวกร (Engineering) เป็นหนึ่งในงานในฝันของใครหลาย ๆ คน โดยคนที่ทำงานด้านนี้ จะต้องมีความรู้ความสามารถเฉพาะทางสูง เพราะเป็นงานที่รวมเอาความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์เข้าไว้ด้วยกัน จึงต้องมีความรู้ทางด้านนี้มาโดยเฉพาะ อีกทั้ง ฝึกฝนกันได้ยาก หากไม่ได้เรียนทางด้านช่างเทคนิค วิศวกรรมมาก่อน บางคนมองหางานช่างเทคนิค วิศวกร เพราะอยากทำงานที่มีความท้าทาย ทั้งในด้านการแก้ปัญหา และในด้านการปฏิบัติการ แต่เท่านี้อาจยังไม่เพียงพอ เพราะงานช่างเทคนิค วิศวกรมีมากกว่าที่เรานึกถึง ผู้ที่มองหางานด้านนี้ จึงต้องหมั่นเพิ่มความรู้ความสามารถ และทักษะในการทำงานช่างเทคนิค วิศวกร ให้มีมากกว่าคนอื่น จึงจะทำให้นายจ้างอยากเรียกเราเข้ามาสัมภาษณ์งาน งานช่างเทคนิค วิศวกรนั้นมีหลากหลายสาขา ทักษะในการทำงานจึงแตกต่างกันออกไปตามสาขางานที่เราเลือก แต่มีทักษะการทำงานบางอย่างที่ช่างเทคนิค วิศวกรทุกคนจำเป็นต้องเรียนรู้ มาดูกันว่ามี Tips & Tricks อะไรบ้าง ที่มีความจำเป็นต่อการช่างเทคนิค วิศวกร ไม่ว่าจะอยู่ในสาขาไหนก็สามารถนำไปปรับใช้กับการทำงานได้

ทักษะที่จำเป็นสำหรับงานช่างเทคนิค วิศวกรคือความสามารถในการสื่อสาร ช่างเทคนิค วิศวกรจำเป็นต้องมีทักษะในการสื่อสารที่ดี เพราะการทำงานส่วนใหญ่ต้องทำงานเป็นทีม หากเราไม่สามารถสื่อสารให้มีประสิทธิภาพแล้ว การทำงานอาจจะเกิดปัญหาและอุปสรรคได้ เราต้องทำให้เพื่อนร่วมงานในทีมของเราเข้าใจวิธีการทำงาน ให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน การเพิ่มทักษะในการสื่อสาร สามารถทำได้โดยการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มบ่อย ๆ จะช่วยให้เรากล้าคิด กล้าแสดงความคิดเห็น แล้วเราก็จะสื่อสารให้คนอื่นเข้าใจได้ง่ายขึ้น เมื่อเกิดการฝึกฝนบ่อย ๆ การทำงานเป็นทีม ความรู้ความสามารถส่วนบุคคลอาจไม่เพียงพอ เพราะการทำงานที่ดี และสำเร็จไปได้ด้วยดีนั้น เราจำเป็นต้องทำงานร่วมกับคนอื่นได้ด้วย ต้องรับรู้และรับฟังความคิดเห็นของคนอื่นด้วยเช่นกัน การทำงานเป็นทีมจะทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะสมาชิกในทีมได้ช่วยกันทำงาน เมื่อการทำงานประสบความสำเร็จ ทุกคนในทีมก็จะเกิดความภาคภูมิใจ

ทักษะภาษาอังกฤษ ช่างเทคนิค วิศวกรจำเป็นต้องมีทักษะการใช้ภาษาอังกฤษในระดับที่สามารถสื่อสารได้เข้าใจ เพราะในปัจจุบัน ช่างเทคนิค วิศวกรส่วนใหญ่ต้องทำงานกับบริษัทต่างชาติ หรือต้องติดต่อกับลูกค้าที่เป็นชาวต่างชาติมากขึ้น ดังนั้น ภาษาอังกฤษจึงเป็นสิ่งสำคัญ หากสื่อสารกันไม่ได้ จะทำให้เป็นอุปสรรคในการทำงานได้ ผู้ที่ทำงานด้านช่างเทคนิค วิศวกรจึงต้องฝึกฝนการใช้ภาษาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ความสามารถในการเรียนรู้ด้วยตัวเอง เทคโนโลยีที่ทันสมัยเกิดขึ้น และเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ช่างเทคนิค วิศวกรจึงต้องเพิ่มทักษะการทำงาน โดยต้องมีความสามารถในการเรียนรู้ด้วยตัวเอง อีกทั้ง ช่างเทคนิค วิศวกรที่ดีควรแสวงหาความรู้ด้วยตัวเอง เพื่อจะได้นำมาประยุกต์ใช้กับการทำงานได้ โดยไม่ต้องรอความช่วยเหลือจากใคร แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ช่างเทคนิค วิศวกรก็ต้องตามความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีให้ทัน เพื่อจะได้เป็นช่างเทคนิค วิศวกรที่มีคุณภาพความสามารถในการแก้ปัญหา ทักษะการแก้ปัญหาเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้ทักษะข้ออื่น ๆ เพราะการแก้ปัญหาและหาคำตอบ เป็นส่วนหนึ่งของงานช่างเทคนิค วิศวกร เพราะเราต้องไล่เรียงให้ได้ว่าปัญหาเกิดจากอะไร แล้วเราจะมีแก้ปัญหาอย่างไรให้กับสิ่ง ๆ นี้ ทักษะด้านนี้อาจจะเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก แต่ช่างเทคนิค วิศวกรมือใหม่หลาย ๆ คนสามารถเรียนรู้ได้จากรุ่นพี่ หรือนำปัญหานี้ไปปรึกษากับช่างเทคนิค วิศวกรคนอื่น ทักษะการแก้ปัญหาสามารถฝึกฝนกันได้ และประสบการณ์จะเพิ่มมากขึ้นจนเกิดเป็นความชำนาญ

 

ความรู้ทางคณิตศาสตร์ คณิตศาสตร์เป็นปัจจัยสำคัญในการทำงานด้านช่างเทคนิค วิศวกร เราจึงต้องมีความรู้ความเข้าใจในด้านนี้ เพราะเราต้องนำความซับซ้อนทางคณิตศาสตร์มาช่วยในการคิดวิเคราะห์เกี่ยวกับตัวงานที่เราทำ และยังต้องนำมาช่วยในการออกแบบแนวทางการแก้ปัญหาให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุดด้วย

ช่างเทคนิค วิศวกรควรยึดหลักธรรมาภิบาลในการทำงาน หลักธรรมาภิบาลถูกพูดถึงอย่างแพร่หลาย เพราะสามารถนำมาช่วยส่งเสริม และสร้างสรรค์องค์กรให้มีประสิทธิภาพในการบริหารงานได้ ช่างเทคนิค วิศวกรสามารถนำหลักการนี้ มาช่วยในการทำงานได้ ไม่ว่าจะเป็นการทำงานที่เน้นหลักความโปร่งใส และมีคุณธรรมในการทำงาน ไม่ใช่ทำงานโดยไม่ใส่ใจว่าผู้บริโภคจะเป็นอย่างไร เพียงแค่ทำงานให้เสร็จแล้วก็แล้วกันไป จะเห็นได้ว่า นอกจากทักษะในการทำงานเฉพาะทางที่คนทำงานด้านช่างเทคนิค วิศวกรจำเป็นต้องมีแล้ว ทักษะการใช้ความฉลาดทางอารมณ์ในการทำงาน เช่น การติดต่อสื่อสาร ความคิดสร้างสรรค์ และการแก้ปัญหา เป็นต้น ทักษะเหล่านี้มีความสำคัญไม่น้อย เพราะเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้เราสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น การทำงานจึงต้องอาศัยทักษะที่รอบด้าน ยิ่งเรามีทักษะมากเท่าไร เรายิ่งได้เปรียบ

ช่างเทคนิค วิศวกร คือผู้ที่ประกอบอาชีพทางด้านช่างเทคนิค วิศวกรรม มีหน้าที่ ศึกษาวิเคราะห์ คำนวณ ออกแบบ ตรวจสอบแก้ไขปัญหาและควบคุมการผลิต อาทิ การก่อสร้างสิ่งก่อสร้าง การออกแบบและผลิตรถยนต์ การควบคุมเครื่องจักรกลโรงงานต่าง ๆ โดยช่างเทคนิค วิศวกรยังแบ่งออกได้เป็นหลายสาขา เช่น ช่างเทคนิค วิศวกรโยธา ช่างเทคนิค วิศวกรเครื่องกลช่างเทคนิค วิศวกรไฟฟ้าช่างเทคนิค วิศวกรรมสิ่งแวดล้อม ช่างเทคนิค วิศวกรรมเคมี ช่างเทคนิค วิศวกรรมอุตสาหการ ช่างเทคนิค วิศวกรรมโทรคมนาคม ช่างเทคนิค วิศวกรรมเกษตร ช่างเทคนิค วิศวกรรมอากาศยาน ช่างเทคนิค วิศวกรรมการขนถ่ายวัสดุ ช่างเทคนิค วิศวกรรมโลหการ ช่างเทคนิค วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ช่างเทคนิค วิศวกรรมเซรามิก ช่างเทคนิค วิศวกรรมเหมืองแร่ ช่างเทคนิค วิศวกรรมยานยนต์ ช่างเทคนิค วิศวกรรมธรณี ฯลฯ โดยกฎหมายไทย (กฎกระทรวงมหาดไทย ฉบับที่ 3 และ 4 (พ.ศ. 2508) ออกตามความในพระราชบัญญัติวิชาชีพช่างเทคนิค วิศวกรรม พ.ศ. 2505) กำหนดให้ ช่างเทคนิค วิศวกรในบางสาขาจำเป็นต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพช่างเทคนิค วิศวกรรม หรือที่รู้จักกันว่า “ใบ กว.” เพื่อการประกอบอาชีพด้วย ได้แก่ สาขา โยธา เครื่องกล ไฟฟ้ากำลัง ไฟฟ้าสื่อสาร อุตสาหการ เหมืองแร่ สิ่งแวดล้อม และเคมี ใบประกอบวิชาช่างเทคนิค วิศวกรรมแบ่งเป็น 3 ระดับ คือ ภาคี วิศวกร สามัญ วิศวกร และ วุฒิ วิศวกรโดยมีสภา วิศวกรเป็นผู้พิจารณาออกใบอนุญาต ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ แขนง ลักษณะ และขนาดของงานด้วย แต่ถ้าหากสาขา แขนง ลักษณะ และขนาดของงาน ไม่เข้าข่ายที่กำหนด ก็ไม่จำเป็นต้องมีใบอนุญาต ในปัจจุบัน การศึกษาทางด้านวิศวกรรมในประเทศไทย ได้มีการขยายตัวมากขึ้น มีสถาบันการศึกษาหลายสถาบันได้ทำการเปิดสอนในหลักสูตร วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต ทำให้โอกาสทางการศึกษาทางด้าน วิศวกรรมมีเพิ่มมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม สถาบันการศึกษาเหล่านั้นก็จะต้องให้ความสำคัญกับคุณภาพของการศึกษาด้วยความเอาใจใส่ เพื่อคุณภาพของนักศึกษา

ลักษณะงานของช่างเทคนิค วิศวกรงานช่างเทคนิค วิศวกรมีความหลากหลาย แตกต่างกันไปตามรูปแบบ และลักษณะงานช่างเทคนิค วิศวกรแต่ละสาย แต่ส่วนใหญ่แล้วรูปแบบของงาน จะมุ่งเน้นไปที่ การออกแบบ คิดวิเคราะห์ และการพัฒนา โดยแบ่งออกเป็นลักษณะคร่าว ๆ คือออกแบบ วางแผน และสั่งการก่อสร้างอาคารสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ตลอดจนในโรงงาน หรือสถานที่ประกอบการอื่น ๆ วิเคราะห์ และหาแนวทางในการเลือกใช้วัตถุดิบต่าง ๆ ในเหมาะกับงาน สิ่งแวดล้อม และผู้คนที่จะมาใช้ชิ้นงานนั้น เลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับงาน ช่างเทคนิค วิศวกรจึงต้องเป็นผู้ที่มีความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีอยู่ตลอดเวลา เพื่อจะเลือกมาใช้ให้เพราะกับงานที่ตนเองกำลังทำอยู่ งานวิศวะส่วนหนึ่งต้องอยู่กับการแก้ปัญหาด้วยเช่นกัน เพราะเครื่องจักรที่เราใช้อยู่อาจจะมีปัญหาเกิดขึ้นได้  ช่างเทคนิค วิศวกรจึงต้องรับมือกับปัญหาส่วนนั้นด้วย ตรวจสอบ และทดสอบ ตลอดจนประเมินเวลาในการดำเนินการงานในแต่ละโครงการ ว่าจะสำเร็จเสร็จสิ้นเมื่อใด ซึ่งจะเห็นได้ว่ากว่าจะได้ทำงานด้านช่างเทคนิค วิศวกรนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่ก็ไม่ได้ยากเกินไป หากเราเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถอย่างแท้จริงแล้ว อีกทั้งเมื่อเรามีความพร้อมทางด้านนี้ด้วยแล้ว การที่จะได้งานช่างเทคนิค วิศวกรนี้ก็ไม่ใช่เรื่องยากเลย

คุณสมบัติที่จำเป็นต่องานวิศวะเป็นอย่างยิ่งสำหรับช่างเทคนิค วิศวกร คือความคิดสร้างสรรค์ ในแง่ของการทำงานเราอาจจะต้องเจอปัญหาหรืออุปสรรค ความคิดสร้างสรรค์จึงเป็นตัวช่วยสำคัญที่จะทำให้เรามองหาวิธีการใหม่ในการทำงาน หรือหลุดพ้นจากปัญหาเหล่านั้นไปได้ ความรู้ทางคณิตศาสตร์ เราต้องมีความรู้ความเข้าใจความซับซ้อนทางคณิตศาสตร์ เพื่อนำมาช่วยในการวิเคราะห์ตัวงาน และออกแบบแนวทางในการแก้ปัญหา ความสามารถทางเครื่องจักรกล เราต้องมีความเข้าใจเครื่องกลเป็นอย่างดี เพราะหากเราไม่เข้าใจอุปกรณ์ที่จะช่วยเราทำงานแล้ว การทำงานของเราอาจจะไม่ราบรื่นเท่าที่ควรการทำงานเป็นทีม ความรู้ความสามารถส่วนบุคคลอาจไม่เพียงพอ เพราะการทำงานที่ดี และสำเร็จไปได้ด้วยดีนั้น เราจำเป็นต้องทำงานร่วมกับคนอื่นได้ดี ต้องรับรู้และรับฟังความคิดเห็นของคนอื่นด้วยเช่นกัน

ผู้จัดการโรงแรม Hotel Manager รายได้ดี

ตำแหน่ง ผู้จัดการโรงแรม ทำหน้าที่รับผิดชอบในการบริหาร และควบคุมการปฏิบัติงานของทุกฝ่ายภายในโรงแรมให้ดำเนิน ไปตามเป้าหมายและนโยบายที่คณะกรรมการบริหารของโรงแรมกำหนดไว้ รวมทั้งเป็นผู้ประสานงานระหว่างฝ่ายต่าง ๆ ภายในโรงแรมให้สามารถดำเนินงานไปอย่างราบรื่น และสอดคล้องกัน ผู้จัดการโรงแรม ทำหน้าที่ปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมายจาก ผู้จัดการโรงแรม ตรวจสอบผลการปฏิบัติของฝ่ายต่าง ๆ ตลอดจนให้คำปรึกษาแนะนำวิธีการปฏิบัติใหม่ ๆ ที่เป็นประโยชน์ในการทำงาน  สร้างสัมพันธ์อันดีระหว่างฝ่ายต่าง ๆ ภายในโรงแรม ให้คำปรึกษาและคำเสนอแนะเพื่อปรับปรุงงานแก่ ผู้จัดการโรงแรม ทำหน้าที่ดูแลและควบคุมการปฏิบัติงานของพนักงานภายในฝ่ายของตนอย่างใกล้ชิด รายงานผลการปฏิบัติของฝ่ายที่ตนรับผิดชอบต่อผู้บังคับบัญชา ประสานงานและให้คำปรึกษาแนะนำแก่ผู้จัดการโรงแรม รับผิดชอบในทรัพย์สินของฝ่ายตน ปฏิบัติหน้าที่อื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชา การจัดแบ่งแผนกงานต่าง ๆ ในโรงแรม บุคคลที่ได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการบริหาร ให้ดำรงตำแหน่ง ผู้จัดการโรงแรม บุคคลดังกล่าวอาจเป็นหนึ่งในคณะกรรมการบริหารหรือเป็นบุคคลภายนอก ที่คณะกรรมการบริหารเชิญมาดำรงตำแหน่งให้เงินเดือนเป็นค่าตอบแทน เนื่องจากมีคุณสมบัติที่เหมาะสม มีความรู้ ความสามารถและประสบการณ์ในการบริหารงานด้านโรงแรม ผู้จัดการโรงแรม มีหน้าที่และความรับผิดชอบในการบริหาร และควบคุมการปฏิบัติงานของทุกฝ่ายภายในโรงแรมให้ดำเนิน ไปตามเป้าหมายและนโยบายที่คณะกรรมการบริหารของโรงแรมกำหนดไว้ รวมทั้งเป็นผู้ประสานงานระหว่างฝ่ายต่างๆ ภายในโรงแรมให้สามารถดำเนินงานไปอย่างราบรื่น และสอดคล้องกัน เกี่ยวกับพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคในกลุ่มตลาดต่างๆ

ผู้จัดการโรงแรม ผู้ปฏิบัติงานผู้จัดการโรงแรม (Hotel-Manager) ทำงานเป็น ผู้จัดการและควบคุมดูแล การบริการขายอาหารและที่พัก (Managers and supervisors catering and lodging services) ในโรงแรมที่เป็นของตนเองหรือของนายจ้าง เพื่ออำนวยความสะดวกในเรื่องที่พักและอาหาร ควบคุมดูแลการทำงานของเจ้าหน้าที่ทั้งหมดเพื่อให้การบริการเป็นที่พอใจแก่ลูกค้า ลักษณะของงานที่ทำ บริหารงานบุคคลและการควบคุมการปฏิบัติงานของพนักงาน ควบคุมดูแลในส่วนของพนักงานผู้ปฏิบัติหน้าที่บริการในโรงแรม โดยจัดแบ่งหน้าที่และความรับผิดชอบให้ทำงาน เป็นแผนก แต่ละงานจะสอดรับประสานสัมพันธ์กัน มีสายการบังคับบัญชาที่ชัดเจน และมีการสื่อความที่ดี ผู้จัดการโรงแรม วางแผนการบริการจัดการให้กิจการดำเนินไปได้ด้วยความเรียบร้อย ทั้งทางด้านการบริหารและการตลาด ได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินเดือนที่ค่อนข้างสูง เนื่องจากการว่าจ้างบุคลากรในผู้จัดการโรงแรม Hotel Manager ต้องการผู้มีประสบการณ์ในการบริหารงานโรงแรมมาแล้ว เป็นอาชีพที่ต้องมีความรับผิดชอบสูง อดทน และต้องบริหารงานตลอดชั่วโมง อัตราเงินเดือนขึ้นอยู่กับขนาดของโรงแรม ทำงานในสถานที่ทำงานที่มีสภาพแวดล้อมที่ดี ทำงานร่วมกับพนักงานเป็น จำนวนมาก ผู้จัดการโรงแรม ต้องต้อนรับและอำนวยความสะดวกแก่แขกทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ที่มีขนบธรรมเนียมประเพณีที่แตกต่าง จะต้องพบกับแขกที่ทั้งพอใจกับการบริการ และแขกที่ไม่เคยพอใจกับอะไรเลย ตลอดจนการดำเนินกิจกรรมเพื่อสร้างรายได้ให้แก่ธุรกิจโรงแรม

ผู้จัดการโรงแรม คุณสมบัติของผู้ประกอบอาชีพ การเป็นผู้จัดการโรงแรมในระดับ 3 ดาว ถึง 5 ดาวนั้น ต้องการผู้มีประสบการณ์มากทั้งในประเทศ และต่างประเทศ หรืออยู่ในฝ่ายการจัดการระดับผู้บริหารอย่างน้อยเป็นเวลาประมาณสิบห้าถึงยี่สิบปี การเริ่มต้นทำงานในขั้นแรกผู้ที่รักอาชีพทางด้านนี้จะต้องมี คุณสมบัติ หรือควรมีประสบการณ์ด้านนี้มาจากต่างประเทศ ควรเข้าทำงานในโรงแรมในตำแหน่งต่างๆ สะสมประสบการณ์ และศึกษาเพิ่มเติม ทั้งในด้านภาษาและการบริหารการจัดการ ผู้จัดการสามารถเลือกทำงานได้ คือ ประเภทโรงแรมอิสระ (Independent Hotel) ซึ่งเจ้าของและเครือญาติบริหารกันเองโดยจ้างมืออาชีพมาบริหารจัดการ ผู้จัดการโรงแรม จะมีความยุ่งยากในการบริหารแบบเส้นสายของญาติเจ้าของพอสมควรส่วนอีกประเภทหนึ่ง คือโรงแรมในระบบเครือข่าย ผู้ที่มีความชำนาญในการติดต่อกับชาวต่างประเทศสามารถเปลี่ยนอาชีพมาเป็นผู้จัดการส่งออก-นำเข้าสินค้าต่างประเทศได้เป็นอย่างดี ผู้ที่มีประสบการณ์ในระดับผู้จัดการโรงแรมสามารถประกอบกิจการที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว อาทิเช่น การเป็นนักจัดการท่องเที่ยว (ลักษณะกรุ๊ปทัวร์)หรือเป็นผู้ประสานงานทางการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ หน้าที่เป็นผู้รับผิดชอบการวางแผนบริหารการตลาดโรงแรมเพื่อผลตอบแทนทางธุรกิจ จากการตอบสนองความต้องการของลูกค้า และดูแลการเลือกใช้กลยุทธ์การตลาดที่เหมาะสมต่อสถานการณ์ ผู้จัดการโรงแรม ในโรงแรมมีบทบาทในการขายทั้งนั้น บางคนบาง กลุ่มมีหน้าที่ขายโดยตรง อย่างในกรณีของพนักงานบริการด้านอาหารและเครื่องดื่ม แต่บางกลุ่มก็ช่วยในการขายโดยทางอ้อม เช่นกรณีพนักงานแผนกครัว แผนกแม่บ้าน และแผนกอื่น ๆ ซึ่งช่วยให้โรงแรมขายได้โดยการทำงานที่มีคุณภาพ

ผู้จัดการโรงแรม ค่อนข้างเป็นคนที่มีความคิดริเริ่ม สร้างสรรค์ เพื่อหาสิ่งใหม่ๆมาพัฒนาองค์กรและมีทักษะในการพูด มีความสามารถในการจูงใจ ชักชวน ให้ผู้ฟังมีความคล้อยตาม อีกทั้งยังเป็นคนสนุกสนาน ร่าเริง อดทน งานฝึกอบรมมีบทบาทสำคัญต่องานโรงแรมโดยเฉพาะในกิจการขนาดใหญ่ที่มีจำนวนพนักงานมากมาย ในระยะก่อนการเปิดดำเนินการโรงแรม แผนกฝึกอบรมจะดูแลการเตรียมความพร้อมของพนักงาน ติดต่อกับบุคคลที่มีโอกาสเป็นลูกค้าของโรงแรม โดยไปหาด้วยตนเอง หรือติดต่อทางโทรศัพท์ หรือทางจดหมาย ขายด้วยวิธีส่งเอกสารถึงลูกค้าทางไปรษณีย์ ผู้จัดการโรงแรม ถือเป็นพนักงานทุกคนที่ทำงานในโรงแรมมีบทบาทในการขายทั้งนั้น บางคนบาง กลุ่มมีหน้าที่ขายโดยตรง อย่างในกรณีของพนักงานบริการด้านอาหารและเครื่องดื่ม แต่บางกลุ่มก็ช่วยในการขายโดยทางอ้อม เช่นกรณีพนักงานแผนกครัว แผนกแม่บ้าน และแผนกอื่น ๆ ซึ่งช่วยให้โรงแรมขายได้โดยการทำงานที่มีคุณภาพ โดยอาจจะประสานงานกับผู้บริหารฝ่ายต่างๆ ผู้จัดการประจำแผนกและหัวหน้างาน ในการร้างทีมงานไปพร้อมกับการจัดฝึกทักษะการทำงานของพนักงานให้เป็นไปตามนโยบายและมาตรฐานของกิจการ ผู้จัดการโรงแรม ทำหน้าที่ดูแลการบริหารงานบุคคล ตั้งแต่การสรรหาและคัดเลือกบุคคล การจัดสร้าง การพัฒนาและการฝึกอบรม การประเมินผลปฏิบัติงาน การเลื่อนตำแหน่ง การโยกย้ายพนักงาน ทำให้กระบวนการติดต่อจองโรงแรมโดยตรงเป็นไปอย่างสะดวกรวดเร็ว และในด้านการส่งเสริมทางการตลอด จัดเป็นกลยุทธ์หนึ่ง

มนต์เสน่ห์แห่งดอก”ซากุระ”

ซากุระ (ญี่ปุ่น: 桜, 櫻) เป็นชื่อสามัญของพืชหลายชนิดจำพวกเชอร์รีในสกุล Prunus อาทิ  jamasakura,  serrulata เป็นต้น มีถิ่นกำเนิดในจีนตอนใต้, เกาะไต้หวัน, หมู่เกาะโอกินาวะ และหมู่เกาะญี่ปุ่น มีดอกสีขาว กลีบแต่ละกลีบมีจำนวนแตกต่างกันไปตามชนิด ลักษณะเด่นของซากุระก็คือ เมื่อร่วง จะร่วงพร้อมกันหมด ซากุระจึงเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นทหารและวิถีความเป็นบูชิโดของญี่ปุ่น

คำว่า “ซากุระ” ในภาษาญี่ปุ่นนั้นเชื่อกันว่ากร่อนมาจากคำว่า “ซากุยะ” (咲耶; หมายถึง ผลิบาน) อันเป็นชื่อของเทพธิดา “โคโนฮานาซากุยาฮิเม” (木花之開耶姫) ในเทพปกรณัมของญี่ปุ่น มีศาลบูชาของพระองค์อยู่บนยอดเขาฟูจิด้วย สำหรับพระนามของเทพธิดาองค์ดังกล่าวนั้น มีความหมายว่า “เจ้าหญิงดอกไม้บาน” และเนื่องจากซากุระเป็นดอกไม้ที่นิยมกันมากในญี่ปุ่นสมัยนั้น คำว่าดอกไม้ดังกล่าวจึงหมายถึงดอกซากุระนั่นเอง เทพธิดาองค์ดังกล่าวได้รับพระนามเช่นนั้น ก็เพราะมีเรื่องเล่ามาว่าทรงตกจากสวรรค์มาบนต้นซากุระ ดังนั้น ดอกซากุระจึงถือเป็นตัวแทนของดอกไม้ญี่ปุ่น ขณะที่รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศให้ดอกเก๊กฮวย (ดอกเบญจมาศ) เป็นดอกไม้ประจำชาติ

ดอกซากุระนั้นมีอยู่หลายประเทศ เช่น ในเกาหลี, สหรัฐ, แคนาดา, จีน หรือที่อื่น ๆ แต่ไม่มีกลิ่น ขณะที่ในญี่ปุ่นนั้นผู้คนจำนวนมากยกย่องชื่นชมกลิ่นซากุระ และมักจะกล่าวฝากไว้ในบทกวี โดยซากุระจะบานในช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นฤดูใบไม้ผลิ อุณหภูมิเริ่มอุ่นขึ้นจากฤดูหนาวที่หมดไป

ซากุระ มีมากมายหลายประเภท แต่ละประเภทก็มีสิ่งที่คล้ายกัน แต่ก็มีลักษณะเฉพาะตัวที่แตกต่างกันไปอยู่ด้วยนั่นเอง ในญี่ปุ่น มีตั้งแต่ซากุระป่า จนถึงซากุระสำหรับตกแต่งสวนกว่า 200 ชนิด ทั้งสี รูปร่างของกลีบ ขนาด ก็แตกต่างกันไป สำหรับครั้งนี้ เราจะขอแนะนำซากุระ 10 ชนิดที่คนส่วนใหญ่รู้จักกัน

1.โซเมอิโยชิโนะซากุระ 2.ยามะซากุระ 3.ชิดาเระซากุระ 4.เอโดะฮิกังซากุระ 5.คันซังซากุระ

6.อิโจซากุระ 7.คังฮิซากุระ 8.คิคุซากุระ 9.อุคงซากุระ 10.โคเกนโซซากุระ

ถ้าพูดถึงการ ทัวร์ญี่ปุ่น หนึ่งในช่วงเวลาที่นักท่องเที่ยวอยากไปมากที่สุดก็คือ ช่วงที่ดอก ซากุระ เบ่งบานออกดอกสีชมพูสวยทั่วสวนนั่นเอง ซึ่งปกติแล้วซากุระที่ญี่ปุ่นจะเริ่มบานไล่จากทางตอนใต้ขึ้นสู่ทางเหนือของประเทศ ส่วนช่วงเวลาก็จะเริ่มบานประมาณปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน หรือแล้วแต่สภาพอากาศในแต่ละปี

ซากุระ หน้าหนาว บานช่วงไหน…?

อย่างที่บอกโดยทั่วไปในแต่ละปี ซากุระที่ญี่ปุ่นจะเริ่มบานช่วงฤดูใบไม้ผลิ หลังหมดฤดูหนาวและอากาศเริ่มอุ่นขึ้น หรือประมาณปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายนนั่นเอง แต่ก็มีซากุระบางส่วนที่บานเร็วมากๆ เรียกว่า Hayazaki Sakura หรือซากุระบานเร็ว โดยซากุระประเภทนี้จะเป็นสายพันธุ์คาวาซุซากุระ และโคซุซากุระ ที่จะเริ่มบานตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งในหลายๆ พื้นที่ในญี่ปุ่นยังเป็นฤดูหนาวอยู่เลย เรียกได้ว่าเป็น ซากุระหน้าหนาว ที่บานก่อนฤดูกาลจะมาถึงเสียอีก

วันนี้เราจะมาแนะนำจุดชมซากุระบางส่วนจากหลายร้อยแห่งมาให้ดูกันว่าปีนี้จะไปที่ไหนกันดี สถานที่ที่แนะนำคือ 8 สถานที่ที่ชมซากุระสวยจนลืมหายใจในญี่ปุ่น และตระเวนเดินทางได้ง่าย ง่ายแบบหายห่วงไม่ต้องกังวล

  1. GORYOKAKU/Hakodate(ป้อมปราการรูปดาวแห่งดินแดนทางตอนเหนือ Goryokaku), Hokkaido ช่วงเวลาซากุระ ต้นเดือนพฤษภาคม
  2. HIROSAKI CASTLE PARK(สวนปราสาท ฮิโรซากิ)/Hirosaki, Aomori ช่วงเวลาซากุระ ปลายเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤษภาคม
  3. MEGURO(เมกุโระ)/Tokyo ช่วงเวลาซากุระ ปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน
  4. KAWAZU SAKURA(คาวาซุ ซากุระ)/Kawazu, Shizuoka ช่วงเวลาซากุระ ต้นเดือนกุมภาพันธ์ถึงต้นเดือนมีนาคม
  5. KAWAGUCHIKO(คาวากุจิโกะ)/Yamanashi ช่วงเวลาซากุระ กลางเดือนเมษายน
  6. KANAZAWA CASTLE(ปราสาทคานาซาว่า)/Kanazawa, Ishikawa ช่วงเวลาซากุระ กลางเดือนเมษายน
  7. ASUWAGAWA(แม่น้ำอะสุวะ)/Fukui ช่วงเวลาซากุระ ต้นเดือนถึงกลางเดือนเมษายน
  8. Himeji Castle(ปราสาทฮิเมจิ)/Hyogo ช่วงเวลาซากุระ ต้นเดือนถึงกลางเดือนเมษายน

ไม่ว่าจะซากุระสายพันธุ์ไหน บานเร็ว หรือบานช้ากว่า ก็มีความสวยงามน่าชมทั้งนั้น การไป ทัวร์ญี่ปุ่น ดูซากุระ เป็นช่วงเวลาที่เราแนะนำว่าต้องไปให้ได้สักครั้ง แล้วจะได้เห็นถึงความสวยงามในแบบญี่ปุ่นอย่างแท้จริง ว่าแล้วก็วางแผนเที่ยว ติดตามพยากรณ์ซากุระให้ดีๆ ปีนี้อย่าให้พลาดเชียว

โรงแรมญี่ปุ่นมีกี่ประเภท…?

โรงแรมญี่ปุ่นแบบทั่วไปที่อยู่ตามใจกลางเมืองและแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ส่วนมากจะเป็นโรงแรมประเภทนี้ในตอนที่สมัครมากับทัวร์นำเที่ยวแบบกลุ่ม โรงแรมธุรกิจในย่านใจกลางเมืองจะมีห้องขนาดเล็ก แต่จะรูมเซอร์วิสให้พร้อมเช่น การทำความสะอาด และการจัดเตียงเป็นต้น บริเวณรอบโรงแรมจะมีร้านสะดวกซื้อๆ ซึ่งมีความสะดวกสบาย

เรื่องที่ต้องคิดหนักในการมาเที่ยวญี่ปุ่นแต่ละครั้งก็คือ ไม่รู้ว่าจะไปพักที่ไหนดี โรงแรมญี่ปุ่นนั้นมีหลากหลายประเภท อย่างเช่น โตเกียว เป็นเมืองท่องเที่ยวเนื้อหอมที่ใคร ๆ ก็อยากจะลองไปเยือนดูสักครั้ง จึงไม่แปลกเลยที่จำนวนนักท่องเที่ยวในเมืองหลวงของญี่ปุ่นแห่งนี้จะเพิ่มมากขึ้นทุกวัน งานนี้ห้องพักในโรงแรมก็อาจจะเต็มเร็วจนเราไม่ทันได้จับจอง แต่ปัญหาเรื่องที่พักจะไม่ใช่เรื่องใหญ่อีกต่อไป ถ้าเราเปิดใจลองไปนอนที่โรงแรมญี่ปุ่นสักครั้ง

ประเภทของโรงแรมที่พักในญี่ปุ่นน่ารู้

โรงแรมญี่ปุ่นมีหลากหลายประเภทไม่ว่าจะเป็นเรียวกังญี่ปุ่นดั้งเดิม, โรงแรมแคปซูลราคาถูก, บ้านเช่า, คาเฟ่การ์ตูน, แฟรนไชส์โรงแรมนานาชาติ, โรงแรมเก่าแก่ในญี่ปุ่น และเลิฟโฮเทล

โรงแรมยอดนิยมในญี่ปุ่น

โรงแรมเคย์โอ พลาซ่า โตเกียว 5 ดาว 8.5 ดีมาก 4,612 จากความคิดเห็นจากผู้เข้าพัก

โรงแรมซาร์โดนิกซ์ อุเอโนะ 3 ดาว 8.6 ยอดเยี่ยม 2,240 จากความคิดเห็นจากผู้เข้าพัก

โรงแรมอุเอะโนะ โทงะเนะยะ 2 ดาว 8.8 ยอดเยี่ยม 517 จากความคิดเห็นจากผู้เข้าพัก

Osaka Tokyu REI Hotel. 4 ดาว …

คาวะงุจิโกะ สเตชั่นอินน์ 2 ดาว

พักที่ไหนในญี่ปุ่นดี เปรียบเทียบเอกลักษณ์ของโรงแรมที่พักแต่ละแห่งในญี่ปุ่น

ในญี่ปุ่นเต็มไปด้วยโรงแรมที่พักมากมายตั้งแต่บ้านพักและเรียวกังดั้งเดิมไปจนถึงโรงแรมสไตล์ตะวันตกเลยทีเดียว โดยมีค่าที่พักโดยเฉลี่ยประมาณ 15,000 เยน / คืน

สำหรับใครที่กำลังวางแผนไปเที่ยวญี่ปุ่นก็ลองเลือกโรงแรมญี่ปุ่นที่พักที่ถูกใจตามแหล่งที่พักและงบประมาณ และนี่ก็คือ 10 อันดับที่พักโรงแรมญี่ปุ่นในโตเกียวหน้าตาดีมีงบน้อยก็นอนได้

  1. Toco.-Tokyo Heritage Hostel : อยู่สบายสไตล์ 90
  2. Retrometro Backpackers : บรรยากาศอบอุ่น
  3. Kangaroo Hotel : โรงแรมขนาดย่อม
  4. TOKYO HUTTE : โฮเทลอบอุ่นคาเฟ่น่ารัก
  5. IRORI Nihonbashi Hostel and Kitchen : ความเป็นกันเองที่งดงาม
  6. GRIDS Hostel+Lounge Akihabara : เรียบหรูดูดี
  7. Hostel & Coffee shop Zabutton : กาแฟร้อนที่นอนนุ่ม
  8. YAWP! Backpackers : โฮสต์เทลแนว ๆ มีโปรโมชั่น
  9. BUNKA HOSTEL TOKYO : อาหารอร่อยแถมมีสไตล์
  10. Guest House ‘IZA TOKYO ASAKUSA’ : เกสต์เฮ้าส์ดูดีเห็นวิวสวย

การจองโรงแรมญี่ปุ่นหรือเรียวกังสามารถดำเนินการผ่านเว็บไซต์ออนไลน์ของโรงแรมที่พักแต่ละแห่งได้ เพียงแค่คลิกเข้าไปในเพจที่เขียนว่า 予約 (จอง) และเลือกวันที่เช็คอิน-เช็คเอ้าท์ ประเภทของห้อง จำนวนผู้เข้าพัก และอาหารเช้า-อาหารค่ำวิธีการชำระเงินมีทั้งหมด 2 แบบ ประกอบด้วยการชำระเงินผ่านบัตรเครดิตตอนที่จองและการชำระเงินผ่านบัตรเครดิตหรือเงินสดในวันเข้าพัก แต่เรียวกังหรือบ้านพักในญี่ปุ่นบางแห่งก็ยังไม่รองรับบัตรเครดิต ตอนที่เข้าพักในเรียวกังหรือบ้านพักก็ขอแนะนำให้พกเงินสดติดตัวไว้จะปลอดภัยที่สุด

รับทำไดอารี่ รับประกันความพอใจ คุณภาพคุ้มราคา

ถ้าจะพูดถึงการบันทึกเรื่องราวต่างๆ ในชีวิตประจำวันคงหนีไม่พ้นการจดบันทึก หรือการถ่ายภาพเรื่องราวต่างๆ เปรียบเสมือนการถ่ายทอดเล่าเรื่องราวลงไป แต่ในปัจจุบันคนส่วนใหญ่มักบันทึกเรื่องราวต่างๆ เพื่อเตือนความทรงจำลงไปในไดอารี่ ดังนั้นโรงพิมพ์ต่างๆ จึงพัฒนารูปแบบที่หลากหลายเพื่อรองรับการ รับทำไดอารี่ จากลูกค้า นอกจากการบันทึกเรื่องราวต่างๆ ลงไปแล้ว โรงพิมพ์ก็ รับทำไดอารี่ เพื่อจัดทำมอบเป็นของขวัญให้กันตามเทศกาลต่างๆ ไดอารี่เปลียบเป็นเสมือนพื้นที่ส่วนตัวที่เปิดโอกาสให้เจ้าของสามารถเขียนเรื่องใดๆ ก็ได้อย่างไม่จำกัด ไดอารี่มันจึงทำหน้าที่ในการตอบสนองความต้องการของคนเขียนมากกว่าคนอ่าน หลายครั้งที่เราจะสังเกตุเห็นได้ว่า คนส่วนใหญ่เขียนไดอารี่เพียงเพื่อปลดปล่อยความรู้สึก จิตนาการและรู้สึกพึงพอใจในภายหลัง และนั่นถือเป็นเพียงหนึ่งในข้อดีอย่างหนึ่งของการจดบันทึกไดอารี่อย่างสม่ำเสมอนั่นเอง ถึงแม้ว่าโลกปัจจุบันจะมีเทคโนโลยีมากมายเกิดขึ้นเพื่อพัฒนาสิ่งต่างๆ ไปพร้อมกับอายุของพวกเรา แต่สิ่งหนึ่งที่ยังไม่หายไปไหนก็คือการจดบันทึกไดอารี่ การจดบันทึกไม่ได้มีข้อจำกัด หรือข้อห้ามไม่จำเป็นต้องจดเป็นประจำทุกวันก็ได้ บางคนอาจจดเฉพาะวันสำคัญๆ หรือเฉพาะเรื่องราวที่น่าสนใจอยากบันทึกไว้เป็นความทรงจำ อย่างไรก็ดีการ รับทำไดอารี่  ส่วนใหญ่ออกแบบมาเพื่อให้ง่าย กระทัดรัดต่อผู้ใช้งาน และดีไซน์ออกมาอย่างสวยงาม ดังนั้นไม่ว่าจะจดแบบไหนก็ตามมันก็มีข้อดีด้วยกันทั้งนั้น

ไดอารี่ช่วยประมวลเรื่องราวที่เกิดขึ้น ดังนั้นการ รับทำไดอารี่  จึงได้รับความนิยมมีลูกค้าสั่งผลิตเป็นจำนวนมาก การเป็นผู้ส่งมอบสมุดไดอารี่เป็นของขวัญแทนใจตามเทศกาลต่างๆ ผู้ที่ได้รับสิ่งที่เกิดขึ้นกับเราอาจไม่สำคัญเท่ากับ “ความหมาย” ที่เราใส่ลงไปในเรื่องราวเหล่านั้น การ รับทำไดอารี่ มีส่วนช่วยให้เราได้นึกย้อนถึงประสบการณ์ที่ผ่านมาอย่างมีความหมาย และรอบคอบใส่ใจกับการตีความใส่คุณค่าลงไปในเรื่องราวเหล่านั้น เมื่อเรานึกถึงเมื่อไหร่ เราก็สามารถหยิบขึ้นมาอ่านเพื่อทบทวนความทรงจำในเรื่องราวสุดประทับใจ และสามารถจิตนาการผ่านเรื่องราวนั้นได้ ซึ่งการ รับทำไดอารี่ ทำให้เราสามารถเชื่อมต่อกับจิตใจของตัวเองลึกๆ ข้างในได้ การเขียนไดอารี่จะทำให้เราสามารถคิดทบทวนและคอยสังเกตสภาพจิตใจตัวเองอยู่เสมอ เหมือนดังคำกล่าวที่ว่า เหนือสิ่งอื่นใด เราจะต้องคอยสังเกตเพื่อควบคุมจิตใจเราตลอดเวลาไม่ให้ฟุ้งซ่านมากจนเกินไป เพราะเมื่อใดที่เรารู้สึกสูญเสียความสามารถในการรู้เท่าทันจิตใจตัวเองแล้ว การเรียกร้องสมดุลย์ภายในจิตใจก็เปรียบเสมือนในการเชื่อมต่ออย่างนั้นกลับมาได้อีกไม่ใช่เรื่องง่าย การ รับทำไดอารี่ เป็นการเปิดโอกาสให้เราได้ตั้งคำถามกับตัวเอง ไม่ให้การจดบันทึกนั้นเป็นเพียงคลังแห่งบทเรียนหรือจิตนาการที่เราบันทึกไว้เท่านั้น หากแต่ยังเป็นพื้นที่เล็กๆ ที่เรายังสามารถจะตั้งคำถามสำคัญต่อชีวิตเราได้ และหลายต่อหลายครั้งที่เราค้นพบว่าการตั้งคำถามที่มีความหมายกับตัวเราเองนั้นก็สำคัญไม่แพ้กับการหาคำตอบที่เราจะได้รับในภายหลัง

รับทำไดอารี่ ช่วยให้คุณสามารถมองเห็นบริบทของชีวิตที่กว้างไกลและแตกต่างมุมมองที่เคยมองเห็น หรือเคยคิดออกไป เราควรจะตั้งคำถามให้ตัวเองกว่าชีวิตในวันๆ หนึ่งของเราผ่านไปอย่างรวดเร็ว คุณได้ทำอะไรแล้วหรือไง จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจทีหลัง และหลายครั้งที่เราแทบไม่มีเวลาหยุดคิดเพื่อทบทวนว่าตัวเราเอง ว่าเราควรอยู่ตรงไหนกันแน่บนโลกใบนี้ การจดบันทึกเรื่องราวต่างๆ ลงบนไดอารี่จึงเป็นตัวช่วยให้เราสามารถมองเห็นรายละเอียดเล็กๆ ในชีวิตที่บางครั้งเราอาจมองข้ามหรือไม่เคยมองเห็นมันเลยก็ตาม อย่างเช่นขนาดของสรรพสิ่งที่แตกต่างกัน เหมือนกับการได้หยุดคิดคำนึงและพบว่า “อาคาร” และ “บ้านเรือน” นั้นแตกต่างกัน การ รับทำไดอารี่ เป็นตัวช่วยบันทึกบทเรียนที่สำคัญในชีวิตของคุณอีกทางหนึ่ง คนเรามักจะจดจำบทเรียนได้ดีกว่าเมื่อจดโน้ตในห้องเรียน เพื่อให้เราไม่หลงลืมสิ่งที่เคยได้เห็นได้เรียนรู้เหล่านั้นไปอย่างน่าเสียดายในภายหลัง เพราะการเขียนทบทวนเพื่อซ้ำย้ำเรื่องราวข้อความจะบังคับให้เราเรียนรู้เรื่องราวเพื่อสร้างความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเสียก่อน ดังนั้นคนเราจึงควรจะ “จด” เรื่องราวเพื่อที่จะได้ “จำ” บทเรียนต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตไว้ นอกจากนี้การ รับทำไดอารี่ ยังจะช่วยทำให้เข้าใจความคิดตัวเอง ซึ่งหากการเขียนเรื่องราวถือเป็นวิธีการคลี่คลายอารมณ์ทางความคิดของคนเราได้ดีอย่างหนึ่ง การจดบันทึกเรื่องราวต่างๆ ก็ถือว่าเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะยิ่งพาให้เราไปสู่อีกระดับที่ลึกกว่า เพราะลักษณะพิเศษของการจดบันทึกในไดอารี่คือโอกาสที่เราจะได้มีเวลาในการตกตะกอนทางด้านความคิดในแง่มุมต่างๆ ของเราได้มากมายกว่าการเขียนในรูปแบบอื่นๆและแน่นอนว่าการ รับทำไดอารี่ จะช่วยให้เรารู้เท่าทันความรู้สึกของตัวเอง ซึ่งแน่นอนว่าความรู้สึกที่เขียนออกไปผ่านตัวอักษรอาจไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่าง แต่ก็ใช่ว่ากระบวนการทางความคิดผ่านตัวอักษณ์จะไม่มีความหมายอะไร ยิ่งเราเติบโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น เราก็จะใส่ใจกับความรู้สึกต่างๆ ที่กำลังเกิดขึ้นในแต่ละวันมากขึ้นตามไปด้วย เพราะหลายครั้งเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านเข้ามามันก็เป็นตัวชี้วัดบทเรียนบางสิ่งบางอย่างที่คุณกำลังคั่งค้างอยู่ในตัวเราหลังจากการใช้ชีวิตมาทั้งวันได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ปัจจัยหลักๆ ที่ทำให้คนส่วนใหญ่จดบันทึกไดอารี่ก็เพื่อจะได้จำช่วงเวลาต่างๆ ในชีวิตได้ เพราะบางเรื่องราวมันก็สำคัญกับชีวิตเราจริงๆ หากไม่จดบันทึกเอาไว้เมื่อเวลาผ่านพ้นไปสักวันก็จะต้องลืมไปอย่างแน่นอน ถ้าใครยังไม่เคยจดบันทึก ก็อาจจะลองเริ่มเป็นจดบันทึกสั้นๆ ก่อนก็ได้ เมื่อเคยชินแล้วอาจเริ่มพัฒนาให้ยาวมากกว่าเดิมค่ะ

งาน Part Time เสาร์ อาทิตย์ ในเวลาหลังเลิกงาน

ปัจจุบันคนส่วนใหญ่มักจะนิยมหารายได้จากหลายทาง ทั้งจากงานประจำที่เป็นรายได้หลักและงาน Part Time เสาร์ อาทิตย์ รวมทั้งงาน Part Time ในเวลาหลังเลิกงานอีกด้วย  ซึ่งในปัจจุบันงาน Part Time มีเป็นจำนวนมากขึ้นเนื่องจากการเข้ามามีบทบาทของการทำธุรกิจออนไลน์ ดังนั้นจึงทำให้นักเรียน นักศึกษามีรายได้ตั้งแต่ในวัยเรียนจากการทำงานพาร์ทไทม์หลังเลิกเรียนและประชาชนทั่วไปสามารถหารายได้เสริมจากการทำงานPart Time เสาร์ อาทิตย์อีกด้วย ทั้งนี้การทำงานพาร์ทไทม์หลังเลิกงานและงาน Part Time เสาร์ อาทิตย์ ที่น่าสนใจมีเป็นจำนวนมาก ดังนี้

1.พนักงานขายคอนโด  Part Time เสาร์ อาทิตย์ โดยการทำงานประเภทนี้จะต้องติดตามข่าวสารจากเพจรับสมัครงาน Part Time โดยทั่วไปหรืออาจจะเป็นเพจของคอนโดนั้นโดยตรง หน้าที่โดยทั่วไปสำหรับพนักงานงาน Part Time เสาร์ อาทิตย์ คือให้การต้อนรับลูกค้าและให้ข้อมูลโดยทั่วไปกับลูกค้า และอาจจะมีการพาลูกค้าเดินชมโครงการบ้าง  โดยส่วนใหญ่คอนโดที่เปิดรับพนักงาน Part Time เสาร์ อาทิตย์เช่นนี้ ส่วนมากจะอยู่ในช่วงเปิดจองวันแรกที่จะมีลูกค้ามาซื้อใบจองเป็นจำนวนมากทำให้พนักงานขายประจำของคอนโดต้อนรับและให้ข้อมูลลูกค้าไม่ทัน จึงต้องให้พนักงาน Part Time ช่วยในเบื้องต้น  ซึ่งผู้ที่จะสามารถทำงานประเภทนี้ได้จะต้องศึกษาข้อมูลโดยทั่วไปของคอนโดที่เปิดขายก่อนหรืออาจเป็นผู้ที่เคยมีประสบการณ์ขายคอนโดมาก่อนก็ได้  โดยรายได้ของพนักงาน Part Time เสาร์ อาทิตย์จะเฉลี่ยอยู่ที่ 500-700 บาท ทำงานตั้งแต่เวลาเปิดจองคอนโดจนถึงเวลาที่ลูกค้าหมดในแต่ละวัน ซึ่งก็อาจจะมีชั่วโมงทำงานที่ไม่แน่นอนอยู่บ้าง แต่อย่างไรก็ดีอาชีพนี้ก็เป็นงาน Part Time ที่น่าสนใจเนื่องจากกลับไม่ดึกมากและได้ความรู้เกี่ยวกับด้านอสังหาริมทรัพย์อีกด้วย

2.ติวเตอร์สอนพิเศษ การเป็นติวเตอร์นั้น จะมีทั้งสอนหลังเวลาเลิกเรียนของเด็กนักเรียนและสอนแบบงานPart Time เสาร์ อาทิตย์ ซึ่งจะมีทั้งการติวเสริมเนื้อหาในแต่ละวิชาเพิ่มเติมและยังมีการสอนการบ้านแทนผู้ปกครองให้กับเด็กนักเรียน หรือจะเป็นการสอนทักษะพิเศษอื่นๆ อาทิ เช่น ดนตรี กีฬา หรือศิลปะ ซึ่งอัตราในการคิดค่าสอนของแต่ละงานก็จะไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับความยากง่ายของวิชานั้นๆ  โดยเรทในการติวเสริมทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 100 บาทต่อชั่วโมงในกรณีเรียนแบบกลุ่ม  หากเรียนเดี่ยวก็จะอยู่ที่ประมาณ 300 บาทขึ้นไปขึ้นอยู่กับความสามารถและความยากง่ายของเนื้อหานั้นๆ ด้วย  หากสอนเด็กติวเข้ามหาวิทยาลัยก็จะได้รับค่าสอนต่อชั่วโมงในอัตราที่ค่อนข้างสูง ดังนั้น ติวเตอร์จึงต้องเตรียมตัวสำหรับการสอนเป็นอย่างดี แต่หากเป็นการสอนเด็กอนุบาลอาจจะได้อัตราการสอนต่อชั่วโมงลดลงยกเว้นจะมีเทคนิคและอุปกรณ์พิเศษในการสอนจะทำให้เด็กอยากเรียนและสามารถคิดอัตราค่าสอนที่สูงขึ้นได้เนื่องจากเป็นเทคนิคเฉพาะตัวของติวเตอร์

3.พนักงานต้อนรับของโรงแรม ในบางครั้งโรงแรมหรือโฮสเทลที่มีขนาดไม่ใหญ่มากอาจจะมีการจ้างพนักงานในรูปแบบ งานPart Time เสาร์-อาทิตย์ เนื่องจากวันเสาร์-อาทิตย์เป็นวันที่มีลูกค้ามากเป็นพิเศษ พนักงานประจำไม่สามารถต้อนรับลูกค้าได้ทัน จึงต้องการพนักงานเพิ่มเติมเพื่อมาช่วยงานต้อนรับลูกค้าทั้งไทยและต่างประเทศ รับโทรศัพท์และตอบอีเมลล์ลูกค้าและงานอื่นๆ อีก ซึ่งแน่นอนว่าผู้ที่สนใจทำงานนี้จะต้องเป็นผู้ที่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดี และหากสามารถสื่อสารภาษาจีนได้ด้วยก็จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ เนื่องจากปัจจุบันลูกค้าคนจีนเข้ามาในประเทศไทยมากและมีบางส่วนที่ไม่สามารถสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษได้ ดังนั้นผู้ที่สามารถสื่อสารได้ทั้งภาษาอังกฤษและจีนจะถูกพิจารณาเป็นตัวเลือกอันดับแรก  อัตราค่าจ้างของอาชีพนี้จะอยู่ที่ประมาณ 700 บาทต่อวัน ส่วนระยะเวลาการทำงานจะเป็นช่วง07:00 น. – 22.00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่โรงแรมมีลูกค้ามากที่สุด

4.พนักงานแปลนิยายและการ์ตูนออนไลน์อิสระ ปัจจุบันคนส่วนใหญ่นิยมการรับรู้ข้อมูลข่าวสารต่างๆผ่านทางสมาร์ทโฟนและแทปเลต ดังนั้น ผู้ที่นิยมการอ่านประเภทต่างๆ ก็เริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมตัวเองจากการอ่านหนังสือจากเล่มจริงมาเป็นการอ่านออนไลน์มากขึ้น เนื่องจากพกพาสะดวกและไม่เปลืองเนื้อที่ในการจัดเก็บ ไม่ต้องเสียเวลาในการหาซื้อเป็นต้น ดังนั้น จึงมักเห็นประกาศรับสมัครนักแปลนิยายและการ์ตูนออนไลน์จากต่างประเทศอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งผู้ที่สนใจอาจติดตามข่าวสารการรับสมัครงานได้จากเพจเฟสบุคและจากเว็บรับสมัครงาน แต่ผู้สมัครจะต้องมีความสามารถในภาษานั้นเป็นอย่างดีถึงจะถ่ายทอดข้อมูลจากต้นฉบับได้อย่างถูกต้อง การทำงานประเภทนี้ต้องใช้ความสามารถและแข่งขันกับเวลา ดังนั้น เมื่อสมัครงานนี้แล้วจึงมักต้องทำแบบทดสอบการแปลก่อนทุกครั้ง ผู้สมัครต้องให้ความสำคัญกับการทำแบบทดสอบและต้องส่งงานตรงตามเวลาที่กำหนด หากผ่านการทดสอบถึงจะสามารถเริ่มงานได้ ส่งผลให้อัตราค่าจ้างของนักแปลจึงอยู่ในอัตราที่ค่อนข้างดี ซึ่งอัตราค่าจ้างนั้นจะไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับผู้จ้างและความยากง่ายของเนื้อหา ค่าจ้างอาจได้รับราคาเหมารวมต่อ 1 เรื่องหรืออาจได้รับราคาต่อหน้า เป็นต้น การทำงานประเภทนี้เพียงแค่ต้องมีเวลา ความสามารถและสามารถส่งงานผ่านอินเตอร์เน็ตได้ทุกเวลาเท่านั้น

จากข้อความข้างต้นจะสามารถเห็นได้ว่า งาน Part Time เสาร์-อาทิตย์ มีมากมายหลายประเภทและบางประเภทยังได้ค่าตอบแทนที่ดีอีกด้วย คนส่วนใหญ่จึงนิยมหันมาทำงาน Part time กันมากขึ้น ทำให้นักเรียน นักศึกษาที่ยังเรียนไม่จบแต่มีความสามารถสูง สามารถทำเงินได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ รวมทั้งวัยทำงานบางคนที่มีความสามารถสูงยังสามารถทำรายได้สูงจากงาน Part time เสาร์-อาทิตย์โดยอาจเทียบเท่ากับเงินเดือนของงานประจำ อีกด้วย